30 มกราคม 2563 เวลา 22:01
“รมว.ศักดิ์สยาม” มอบนโยบาย ทย. สั่งพัฒนาท่าอากาศยาน 29 แห่ง เพิ่มขีดความสามารถ ขยายท่าอากาศยานสำคัญ หนุนโลว์คอสต์แอร์ไลน์ เน้นย้ำ “โปร่งใส-มีส่วนร่วม-ตรวจสอบได้”
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการดำเนินงานให้แก่ผู้บริหารกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ว่า ได้มอบนโยบายให้กรมท่าอากาศยาน เน้นการพัฒนาท่าอากาศยานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายการดำเนินงาน 2 ด้านหลัก คือ
1. แนวทางการพัฒนาท่าอากาศยาน ด้านการเพิ่มขีดความสามารถ การเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานในสังกัดโดยการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ ส่งเสริมกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ด้านการอำนวยความสะดวกและให้บริการผู้โดยสาร เน้นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จัดระบบขนส่งสาธารณะภายในท่าอากาศยาน และพัฒนาให้เป็น Smart Airport ด้านการพัฒนาในระยะยาว ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกิจกรรมด้านการบินอื่นๆ พร้อมเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2.การเร่งรัดงานตามนโยบาย ด้านการพัฒนาการขนส่งทางอากาศ เน้นการพัฒนา ปรับปรุง ขยายท่าอากาศยานภูมิภาคที่สำคัญ เช่น ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ตรัง ลำปาง บุรีรัมย์ เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาท่าอากาศยานเบตง ให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ด้านการสนับสนุนสายการบินต้นทุนต่ำ ให้สามารถบริการประชาชนในภูมิภาคได้เพิ่มขึ้น โดยจะมีการตรวจสอบควบคุมเพื่อให้มีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ กำชับให้กรมท่าอากาศยานดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เน้นว่าทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วม พร้อมทั้งดำเนินการทุกอย่างให้วิเคราะห์อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ด้านนายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ทย. ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งทางอากาศเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานหลักและท่าอากาศยานภูมิภาค พร้อมทั้งการสนับสนุนสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airlines) ให้สามารถบริการประชาชนในภูมิภาคได้เพิ่มขึ้น โดยจะมีการตรวจสอบควบคุมเพื่อให้มีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานสากล ซึ่งกรมท่าอากาศยานได้มีการดำเนินการสนับสนุนในหลายด้าน อาทิเช่น การส่งเสริมการขายให้มีการเพิ่มเส้นทางบินทั้งในและระหว่างประเทศ การลดค่าบริการขึ้นลงของอากาศยานและค่าเช่าพื้นที่ในอาคาร
ขณะเดียวกัน ทย.ส่งเสริมให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์กลาง รวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าเกษตร หรือสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Commodity) ออกสู่ตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้มากขึ้น ซึ่งกรมท่าอากาศยานได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้าชุมชน มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าภายในท่าอากาศยาน ประสานความร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ส่งเสริมการขายและกระจายสินค้า อีกทั้งยังช่วยเหลือเกษตรกรในการกระจายผลผลิตทางการเกษตรตามความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และสายการบินที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังดำเนินการหาผู้ประกอบการคลังสินค้า ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี เป็นช่องทางส่งออกกุ้ง อาหารทะเล สินค้าพื้นเมือง ไปยังต่างประเทศด้วย

สำหรับนโยบายเร่งรัดที่ต้องดำเนินการนั้น คือ
1.มาตรการการดำเนินงานเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยกรมท่าอากาศยานได้ดำเนินการตรวจวัดรถยนต์ของท่าอากาศยานทุกคันให้มีค่ามาตรฐานตามกำหนด การประชาสัมพันธ์เรื่องการจอดรถยนต์รับส่งผู้โดยสาร และการติดเครื่องยนต์ภายในลานจอดรถยนต์ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเร่งด่วน โดยให้แต่ละท่าอากาศยานรายงานผลและความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อรวบรวมรายงานกระทรวงคมนาคมต่อไป
2.ในเรื่องของการเฝ้าระวังป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 กรมท่าอากาศยาน ได้ดำเนินการตามมาตรการหลัก 4 ประการ คือ ตรวจ ดูแล ติดตาม และให้ข้อมูล