"รมช.ทรงศักดิ์" และคณะทำงานฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดการปัญหาภัยแล้ง และปัญหาฝุ่น อย่างเร่งด่วน

"รมช.ทรงศักดิ์" และคณะทำงานฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดการปัญหาภัยแล้ง และปัญหาฝุ่น อย่างเร่งด่วน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุมราชสีห์ อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมด้วย นายสุกรี มะเต๊ะ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะทำงานฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยมี คณะกรรมการ และผู้บริหารของการประปาส่วนภูมิภาค เข้าร่วมการประชุมและรับมอบนโยบาย ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะกรรมการฯ และผู้บริหาร กปภ. ที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมประชุมกันระหว่างคณะกรรมการฯ (บอร์ดบริหาร) และผู้บริหาร กปภ. ทราบว่าในห้วงนี้ บางพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง การใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งต้องใช้คณะกรรมการฯ ในการพิจารณาอนุมัติ ปัญหาวิกฤตภัยแล้งถือเป็นงานเร่งด่วนของรัฐบาล ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหา การดำเนินงานบางอย่างอาจเกิดความล่าช้าเนื่องจากปัญหาข้อกฎหมาย เช่น การขุดลอกอ่างเก็บน้ำในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานราชการอื่น ยกตัวอย่างในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ งบประมาณที่จังหวัดจะพิจารณาเพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วนอาจติดปัญหาเกี่ยวกับระเบียบ ดังนั้น ผู้บริหารต้องกล้าตัดสินใจภายใต้ระเบียบ กฎหมาย ที่ให้อำนาจไว้อย่างถูกต้อง โดยการแก้ไขปัญหาภัยแล้งต้องดำเนินการให้ทันต่อเวลา และความต้องการของประชาชน เช่น โครงการขุดลอกหากดำเนินการล่าช้า พื้นที่ที่ต้องการขุดลอกอาจไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน น้ำหลากเข้าพื้นที่ ซึ่งยังมีความตื้นเขิน อ่างเก็บน้ำเก็บน้ำไม่ได้ ต้องระบายน้ำออก เกิดความสูญเสียน้ำที่ควรกักเก็บโดยเปล่าประโยชน์ เป็นต้น คณะกรรมการฯ ต้องช่วยกันพิจารณา สำหรับชุดปัจจุบันนี้ ยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไปเป็นปกติมิใช่เฉพาะกิจ ปัจจุบัน รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง มีพรรคการเมือง มีสภาผู้แทนราษฎร การทำงานทุกเรื่องที่กระทบต่อพี่น้องประชาชนต้องถูกตรวจสอบ รมช.มท. ก็ต้องมีหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจของ มท. จึงขอมอบนโยบายเป็นหลักการว่าการทำงาน ณ วันนี้ให้ยึดความถูกต้อง บนพื้นฐานระเบียบ กฎหมาย และตรงกับความต้องการของประชาชน โอกาสนี้ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล กปภ. ซึ่งมีหน่วยงานคลอบคลุมทุกจังหวัด ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ดูแลคุณภาพชีวิต วันนี้ตัวเลขการผลิตน้ำตอบสนองความต้องการของประชาชนยังมีปณิมาณไม่มากนัก แต่ในอนาคตการให้บริการจะขยายตัวมากขึ้นเพราะการขยายตัวของชุมชน อีกทั้งขีดความสามารถในเรื่องการผลิตน้ำประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งยังไม่มีคุณภาพ ดังนั้น จึงต้องมีแผนเตรียมความพร้อมในเชิงรุก เช่น การให้คำแนะนำคุณภาพน้ำประปาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือการขยายเขตการให้บริการ คณะกรรมการฯ ถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จึงอยากให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาร่วมกันในทุกเรื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับประโยชน์ของประชาชน กรณีเรื่องน้ำสูญเสียที่แต่ละปีมีน้ำสูญเสียประมาณ 30-40% เป็นเงินจำนวนมากในแต่ละปี ดังนั้นเรื่องน้ำสูญเสียเป็นหัวใจสำคัญ หากแก้ปัญหาตรงนี้ได้ จะมีงบประมาณกลับคืนมาใช้เพื่อการพัฒนากิจการต่อไปในอนาคต สำหรับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทุกหน่วยงานก็มีมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในส่วนของ กปภ.ก็ควรมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา เช่น ขอความร่วมมือจากผู้รับจ้างของ กปภ.ตามโครงการก่อสร้างต่างๆ ให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิด หรือลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น #ก้าวไปด้วยกัน #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง