พรรคภูมิใจไทย เสนอร่าง"พระราชบัญญัติพืชพลังงาน"

พรรคภูมิใจไทย เสนอร่าง"พระราชบัญญัติพืชพลังงาน"

เหตุผลในการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ คือ ด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2517 และพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ.2542 ไม่สามารถทำให้เกิดเสถียรภาพของราคาของพืชผลทางการเกษตรได้โดยเฉพาะพืชพลังงาน เนื่องจากมาตรการต่างๆตามกฎหมายดังกล่าวยังไม่เพียงพอและยังขาดความยั่งยืน ส่งผลให้ปัจจุบันปริมาณผลผลิตของพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะพืชพลังงานยังคงล้นตลาดและเกษตรกรต้องจำหน่ายผลผลิตในราคาที่ต่ำและขาดทุนนอกจากนี้ยังพบว่าพืชพลังงานกลุ่มดังกล่าวนอกจากนำไปผลิตเป็นเอทานอลและนำไปผสมกับน้ำมันเบนซิน เพื่อทำเป็นแก๊สโซฮอล์หรือผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อทำเป็นน้ำมันไบโอดีเซลแล้ว พืชพลังงานดังกล่าวยังสามารถนำไปแปรสภาพเพื่อทำเป็นเชื้อเพลิงสำหรับให้โรงไฟฟ้านำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาราคาของพืชผลทางการเกษตรได้โดยเฉพาะพืชพลังงาน และให้เกษตรกรสามารถมีทางเลือกในการจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรได้หลายช่องทางและได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อให้สามารถเพิ่มกำหลังการผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศและลดการนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศลง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สาระสำคัญของ พรบ.พืชพลังงาน :
  • คณะกรรมการพืชพลังงานทำหน้าที่กำหนดนโยบายดูแลผลประโยชน์ตั้งแต่การปลูก การขาย การแปรรูป การส่งออก และการขายพืชพลังงานให้แก่โรงไฟฟ้า เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์กลับคืนให้แก่เกษตกรทั้งระบบ
  • คณะกรรมการบริหาร ทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการของคณะกรรมการพืชพลังงาน
  • จัดตั้ง “กองทุนพืชพลังงาน” เพื่อศึกษา วิจัย พัฒนาและส่งเสริมการปลูก การผลิต การใช้และการจำหน่ายพืชพลังงานและ รักษาเสถียรภาพของราคาและอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรโรงงาน และผู้บริโภค และเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
  • จัดให้มีวิสาหกิจชุมชน ในจังหวัด เป็นคนกลางในการรับซื้อ จัดการ ปันผลให้แก่เกษตรกร
  • ระบบการจัดการผลประโยชน์ในพืชพลังงานต้องมีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง ลดภาะค่าใช้จ่ายในการซื้อกระแสไฟฟ้าจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงกว่าหมื่นล้าน ในขณะเดียวกันจะทำให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาเป็นธรรม
   

(ร่าง)

พระราชบัญญัติ

พืชพลังงาน

พ.ศ.........

.............................................

.............................................

.............................................

  .................................................................................................................................................. โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีการบริหารจัดการเกี่ยวกับพืชพลังงาน ................................................................................................................................................. มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พืชพลังงานพ.ศ. .....” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “พืชพลังงาน” หมายความว่าอ้อย ปาล์มน้ำมันมันสำปะหลังและรวมถึงพืชพลังงานประเภทอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนด “นำเข้า”หมายความว่า นำเข้ามาในราชอาณาจักร “ส่งออก”หมายความว่า จำหน่ายออกไปนอกราชอาณาจักร “เกษตรกร”หมายความว่า เกษตรกรผู้ซึ่งปลูกอ้อย ปาล์ม มันสำปะหลังและรวมถึงพืชพลังงานประเภทอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนด “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน” หมายความว่ากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงานที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.๒๕๔๘ “หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน”หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นเกษตรกรซึ่งรับมอบพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรในกลุ่มเพื่อส่งให้แก่โรงงานหรือโรงไฟฟ้า “ผู้แทนเกษตรกร”หมายความว่า เกษตรกรซึ่งได้รับการเสนอเป็นผู้แทนของเกษตรกร “โรงงาน”หมายความว่า โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานซึ่งผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชผลทางการเกษตรที่เป็นพืชพลังงาน “ผู้แทนโรงงาน”หมายความว่า ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของโรงงานที่ได้รับการเสนอเป็นผู้แทนของโรงงาน “โรงไฟฟ้า” หมายความว่า โรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งรับซื้อพืชพลังงานเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า “กองทุน”หมายความว่า กองทุนพืชพลังงาน “สำนักงาน”หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการพืชพลังงานและพืชพลังงานที่แปรรูป “คณะกรรมการ”หมายความว่า คณะกรรมการพืชพลังงาน “พนักงานเจ้าหน้าที่”หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี”หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้   หมวด ๑ บททั่วไป   มาตรา๕เพื่อรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศและคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานและเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่โรงงาน โรงไฟฟ้าและผู้บริโภค รวมถึงเป็นการจัดระบบและควบคุมการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะพืชพลังงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖เพื่อส่งเสริมการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกโดยเฉพาะจากพืชพลังงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศพร้อมกับการใส่ใจเรื่องของสังคมและสิ่งแวดล้อม มาตรา ๗ โดยพระราชบัญญัตินี้เป็นการขับเคลื่อนภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้

หมวด ๒

คณะกรรมการ

มาตรา ๘  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพืชพลังงาน”ประกอบด้วยผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งจากข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หนึ่งคนผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแต่งตั้งจากข้าราชการในกระทรวงพลังงานหนึ่งคนผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งจากข้าราชการในกระทรวงกระทรวงอุตสาหกรรมหนึ่งคน ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งจากข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์หนึ่งคน ผู้แทนจากโรงไฟฟ้าหนึ่งคน ผู้แทนเกษตรกรห้าคนและผู้แทนโรงงานห้าคน เป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการด้วยกันเป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการคนที่หนึ่งและรองประธานกรรมการคนที่สอง และให้เลือกเลขานุการคณะกรรมการหนึ่งคน มาตรา ๙ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งตามมาตรา ๘ต้องไม่เป็นเกษตรกร กรรมการ ผู้จัดการหรือพนักงานหรือลูกจ้างของโรงงานหรือโรงไฟฟ้า มาตรา ๑๐ผู้แทนเกษตรกรและผู้แทนโรงงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๓) ไม่เคยได้รับโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมืองหรือดำรงตำแหน่งในทางการเมือง (๕) ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง (๖) ไม่เป็นผู้มีคุณสมบัติต้องห้ามอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ผู้แทนเกษตรกรต้องเป็นเกษตรกรซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโดยต้องคำนึงถึงสัดส่วนของปริมาณผลผลิตทางการเกษตรของสมาชิกของแต่ละกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของโรงงานหรือโรงไฟฟ้า ผู้แทนโรงงานต้องเป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของโรงงานซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากสมาคมโรงงานและต้องคำนึงถึงสัดส่วนตามกำลังผลิตของสมาชิกของสมาคมโรงงาน การเสนอและการถอดถอนผู้แทนเกษตรกรและผู้แทนโรงงานให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มาตรา ๑๑ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งหรือเสนอบุคคลอื่นเป็นกรรมการ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือเสนอเข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะแต่งตั้งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๑ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ แล้วแต่กรณี (๖) รัฐมนตรีผู้แต่งตั้งให้ออก (๗) ถูกถอดถอนตามมาตรา ๑๐ วรรคสี่ มาตรา ๑๓ ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้แต่งตั้งหรือเสนอบุคคลอื่นเป็นกรรมการแทนแล้วแต่กรณีโดยไม่ชักช้าและให้ผู้ซึ่งเป็นกรรมการแทนอยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในระหว่างที่ยังไม่มีการเสนอกรรมการแทนดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีความจำเป็นต้องมีกรรมการแทนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐ เป็นกรรมการ เมื่อได้มีกรรมการแทนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองพ้นจากตำแหน่ง มาตรา ๑๔ประธานกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการในการประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจมาประชุมได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่หนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการคนที่หนึ่งไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจมาประชุมได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่สองเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการทั้งสองคนไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจมาประชุมได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดโดยมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๕ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่หนึ่งรักษาการแทน ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการคนที่หนึ่งไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการคนที่สองรักษาการแทน ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการทั้งสองคนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้เลขานุการเรียกประชุมเพื่อให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทนประธานกรรมการ มาตรา ๑๖คณะกรรมการมีหน้าที่ในการทั่วไป ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดแผนการปลูกและผลิตพืชพลังงาน (๒) กำหนดท้องที่ที่เหมาะสมสำหรับการส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน (๓) กำหนดพันธุ์พืชพลังงานที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชพลังงานในท้องที่ที่คณะกรรมการกำหนดตาม (๒) (๔) กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพื่อให้สอดคล้องกับการขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.๒๕๔๘ ของเกษตรกร (๕) กำหนดระเบียบว่าด้วยหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนและการเพิกถอนหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน (๖) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำเนินการของหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน (๗) กำหนดปริมาณพืชพลังงานที่ให้เกษตรกรผลิตซึ่งต้องคำนึงถึงพื้นที่ปลูกพืชพลังงานและปริมาณผลผลิตโดยเฉลี่ยในสามปีที่ผ่านมา (๘) กำหนดระเบียบว่าด้วยการจัดสรรปริมาณพืชพลังงานให้แก่โรงงานและโรงไฟฟ้า (๙) กำหนดระเบียบว่าด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน (๑๐) กำหนดระเบียบว่าด้วยการเก็บเกี่ยวและส่งพืชพลังงานให้แก่โรงงานและโรงไฟฟ้าและการตรวจสอบคุณภาพพืชพลังงาน (๑๑) กำหนดระเบียบว่าด้วยการรับพืชพลังงานจากเกษตรกรหรือหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน (๑๒) กำหนดระเบียบและวิธีการในการจัดการพืชพลังงานที่ไม่ได้คุณภาพตามที่คณะกรรมการกำหนด (๑๓) กำหนดระเบียบว่าด้วยการผลิต การบรรจุ การเก็บรักษา สถานที่เก็บรักษา การสำรวจ การขนย้าย การส่งมอบพืชพลังงาน (๑๔) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจำหน่ายพืชพลังงานเพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักร และกำหนดราคาขายพืชพลังงานดังกล่าว (๑๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาตให้นำเข้าและส่งออกพืชพลังงานโดยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังกล่าวต้องไม่มีลักษณะทำให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้นำเข้า หรือส่งออกแต่เพียงผู้เดียว (๑๖) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการคำนวณต้นทุนในการผลิตพืชพลังงาน (๑๗) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการวิจัยและส่งเสริมการผลิตพืชพลังงาน และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม ตลอดจนอัตราค่าบำรุงสถาบันเกษตรกร (๑๘) กำหนดระเบียบว่าด้วยเบี้ยปรับและเงินรางวัลสำหรับการนำจับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่คณะกรรมการกำหนด (๑๙) กำหนดระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการควบคุมการผลิตพืชพลังงาน การจำหน่าย การนำเข้าและการส่งออกพืชพลังงาน (๒๐) กำหนดระเบียบว่าด้วยการจ้างลูกจ้างโดยใช้เงินกองทุน (๒๑) กำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการต่างๆตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากคณะกรรมการพืชพลังงาน (๒๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องใดหรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด การกำหนดตาม(๑) ถึง (๒๑) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๗คณะกรรมการมีหน้าที่ในการจัดการพืชพลังงานสู่โรงงาน ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดระเบียบว่าด้วยการกำหนดชนิด คุณภาพและปริมาณพืชพลังงานที่จะส่งให้แก่โรงงาน (๒) กำหนดระเบียบว่าด้วยชนิด คุณภาพและปริมาณพืชพลังงานที่ให้โรงงานผลิตหรือแปรรูป (๓) กำหนดระเบียบว่าด้วยการจัดการพืชพลังงานส่วนที่ผลิตหรือแปรรูปเกินจากปริมาณที่คณะกรรมการกำหนด (๔) กำหนดระเบียบว่าด้วยการดำเนินการกับโรงงานที่ผลิตหรือแปรรูปพืชพลังงานไม่ครบตามปริมาณที่คณะกรรมการกำหนด (๕) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำประมาณการรายได้ การกำหนดและการชำระราคาพืชพลังงานและค่าผลิตพืชพลังงาน โดยต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตพืชพลังงานและกองทุนที่มีอยู่ด้วย (๖) กำหนดอัตราส่วนของผลตอบแทนระหว่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและโรงงาน โดยคำนึงถึงรายได้ที่ได้จากการขายพืชพลังงานและผลพลอยได้ทั้งหมดเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคาพืชพลังงาน (๗) กำหนดระเบียบอื่นใดเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ การกำหนดตาม(๑) ถึง (๗) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๘คณะกรรมการมีหน้าที่ในการจัดการพืชพลังงานสู่โรงไฟฟ้าดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดระเบียบว่าด้วยการกำหนดชนิด คุณภาพและปริมาณของพืชพลังงานหรือส่วนที่ผลิตหรือแปรรูปแล้วที่จะส่งให้แก่โรงไฟฟ้า (๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำประมาณการรายได้ การกำหนดและการชำระราคาพืชพลังงานและค่าผลิตพืชพลังงาน โดยต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตพืชพลังงานและกองทุนที่มีอยู่ด้วย (๓) กำหนดอัตราส่วนของผลตอบแทนค่าพืชพลังงานหรือส่วนที่ผลิตหรือแปรรูปแล้วระหว่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและโรงไฟฟ้า โดยคำนึงถึงรายได้ที่ได้จากการขายพืชพลังงานและผลพลอยได้ทั้งหมดเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคาพืชพลังงาน (๔) กำหนดอัตราส่วนของผลตอบแทนหรือประโยชน์อื่นสำหรับค่าพืชพลังงานหรือส่วนที่ผลิตหรือแปรรูปแล้วภายหลังผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วระหว่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและโรงไฟฟ้า (๕) กำหนดระเบียบอื่นใดเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ การกำหนดตาม(๑) ถึง (๕) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๙ ให้คณะกรรมการได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

หมวด ๒

คณะกรรมการบริหาร

มาตรา๒๐ ให้แต่งตั้งกรรมการคณะหนึ่งขึ้นเรียกว่า “คณะกรรมการบริหาร”ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือผู้แทนหนึ่งคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหรือผู้แทนหนึ่งคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนหนึ่งคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้แทนหนึ่งคน ผู้แทนเกษตรกรสามคน ผู้แทนโรงงานสามคนและผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งคน เป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการบริหารเลือกกรรมการด้วยกันเป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและเลขานุการ ตำแหน่งละหนึ่งคน มาตรา ๒๑ คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ (๒) ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ (๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการบริหารอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องใดหรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด

หมวด ๓

กองทุน

มาตรา ๒๓ ให้จัดตั้งกองทุนหนึ่งเรียกว่า “กองทุนพืชพลังงาน” โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษา วิจัย พัฒนาและส่งเสริมการปลูก การผลิต การใช้และการจำหน่ายพืชพลังงาน (๒) รักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรและโรงงาน และเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ (๓) รักษาเสถียรภาพของราคาพืชพลังงานที่ใช้บริโภคในประเทศเพื่อผลประโยชน์ของผู้บริโภค (๔) กระทำการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนพืชพลังงาน ให้กองทุนเป็นนิติบุคคลและมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการพืชพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรา ๒๔ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบริหารกองทุน” ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงพลังงานหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์หนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมหนึ่งคน ผู้แทนสำนักงบประมาณหนึ่งคน ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทยหนึ่งคน ผู้แทนเกษตรกรสองคน และผู้แทนโรงงานสองคน เป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนเลือกกรรมการด้วยกันเป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและเลขานุการ ตำแหน่งละหนึ่งคน กรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการหรืออนุกรรมการในคณะกรรมการอื่นใดซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๕ คณะกรรมการบริหารกองทุนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในเรื่องต่างๆตามมาตรา ๒๓ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (๒) กำหนดระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษา การหาผลประโยชน์และการใช้จ่ายเงินกองทุนโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (๓) ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย (๕) บริหารและควบคุมการปฏิบัติงานกองทุนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๖กองทุนประกอบด้วย (๑) ค่าธรรมเนียมการวิจัยและส่งเสริมการผลิตพืชพลังงาน (๒) เบี้ยปรับตามมาตรา ๑๖ (๑๘) (๓) เงินที่ได้รับตามมาตรา ๕๓ (๔) ดอกผลของกองทุนพืชพลังงาน (๕) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ (๖) เงินกู้โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (๗) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล (๘) เงินและทรัพย์สินอื่นๆที่ตกเป็นของกองทุนพืชพลังงาน มาตรา ๒๗ให้เกษตรกร โรงงานและโรงไฟฟ้าชำระค่าธรรมเนียมการวิจัยและส่งเสริมการผลิตพืชพลังงาน โดยคำนวณจากปริมาณพืชพลังงานที่ส่งให้แก่โรงงานและโรงไฟฟ้า และจากปริมาณพลังงานและผลพลอยได้ที่ผลิตได้ แล้วแต่กรณี ตามระเบียบที่คณะกรรมการพืชพลังงานกำหนด มาตรา ๒๘ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดสรรเงินจำนวนร้อยละสิบของเงินที่กองทุนได้รับตามมาตรา ๕๓ ส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ในกรณีจำเป็นเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของกองทุน คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้งดจัดสรรเงินตามวรรคหนึ่งไว้เป็นการชั่วคราวและลดอัตราการจัดสรรลงให้ต่ำกว่าร้อยละสิบก็ได้ มาตรา ๒๙ เงินของกองทุนให้นำมาใช้จ่ายได้เฉพาะเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๒๓ และเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของกองทุน และของสำนักงานตามที่คณะกรรมการกำหนด รวมทั้งค่าตอบแทนต่างๆตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๐ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุลแสดงฐานะการเงิน โดยมีคำรับรองการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและทำรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานเสนอต่อรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีจัดให้มีการประกาศงบดุลและรายงานตามวรรคหนึ่งในราชกิจจานุเบกษา

หมวด ๔

พืชพลังงาน

มาตรา ๓๑ผู้ใดปลูกพืชพลังงานเพื่อส่งโรงงานหรือโรงไฟฟ้าต้องจดทะเบียนเป็นเกษตรกร การจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๓๒เกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติตามระเบียบและประกาศที่คณะกรรมการกำหนด (๒) รายงานปริมาณพืชพลังงานที่จะส่งให้แก่ผู้แทนเกษตรกร โรงงานและโรงไฟฟ้าตามแบบ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๓๓เกษตรกรต้องปลูกพืชพลังงานตามปริมาณที่คณะกรรมการพืชพลังงานกำหนด ในกรณีที่การปลูกพืชพลังงานมีปริมาณสูงหรือต่ำกว่าที่คณะกรรมการกำหนดหรือมิได้ทำการปลูกพืชพลังงานตามที่แจ้งไว้ ให้ดำเนินการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๓๔หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้องจดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน การจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งและการเพิกถอนการจดทะเบียนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๓๕หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติตามระเบียบและประกาศที่คณะกรรมการกำหนด (๒) รายงานปริมาณพืชพลังงานที่จะได้รับจากเกษตรกรและส่งให้แก่โรงงานหรือโรงไฟฟ้าตามแบบ วิธีการและระยะเวลาที่คณะกรรมการพืชพลังงานกำหนด มาตรา ๓๖หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้องส่งพืชพลังงานให้แก่โรงงานและโรงไฟฟ้าตามปริมาณที่คณะกรรมการกำหนด

หมวด ๕

โรงงาน

มาตรา ๓๗โรงงานต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติตามระเบียบและประกาศที่คณะกรรมการกำหนด (๒) เตรียมโรงงานให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะแปรรูปพืชพลังงานตามเวลาที่คณะกรรมการกำหนด (๓) รับพืชพลังงานจากเกษตรกรหรือหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจตามที่มีประกาศกำหนด (๔) แปรรูปพืชพลังงานตามชนิด คุณภาพและปริมาณที่มีประกาศกำหนด (๕) ไม่เปิดการแปรรูปพืชพลังงานก่อนวันที่มีประกาศกำหนด หรือหยุดการแปรรูปพืชพลังงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๖) เก็บรักษาพืชพลังงานที่ผลิตได้ ณ ที่ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร (๗) ไม่ขนย้ายพืชพลังงานที่ผลิตได้ออกนอกบริเวณโรงงาน นอกจากขนย้ายตามระเบียบที่มีประกาศกำหนด (๘) จัดส่งผลิตภัณฑ์จากพืชพลังงานให้แก่โรงไฟฟ้าตามชนิด คุณภาพและปริมาณที่มีประกาศกำหนด (๙) จ่ายค่าพืชพลังงานให้แก่เกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยคำนึงถึงรายได้ที่ได้จากการขายพืชพลังงานและผลพลอยได้ทั้งหมดเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคาพืชพลังงาน (๑๐) รายงานชนิด คุณภาพและปริมาณพืชพลังงานที่ผลิต เก็บรักษา ขนย้าย ส่งมอบและคงเหลือเป็นรายเดือนตามแบบ วิธีการและระยะเวลาที่คณะกรรมการพืชพลังงานกำหนด (๑๑) นำส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๓๘ในกรณีที่มีความจำเป็นคณะกรรมการบริหารอาจสั่งให้โรงงานแปรรูปพืชพลังงานเพิ่มได้ ในกรณีเช่นนี้ให้โรงงานแปรรูปพืชพลังงานตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด พืชพลังงานส่วนที่ผลิตเพิ่มนี้ ให้จัดการตามระเบียบที่มีประกาศกำหนด มาตรา ๓๙ โรงงานต้องจัดจำหน่ายพืชพลังงานหรือผลิตภัณฑ์จากพืชพลังงานที่ผลิตได้เพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักรตามระเบียบที่กำหนด ในกรณีที่โรงงานไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการบริหารดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยให้โรงงานเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น มาตรา ๔๐ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๔๑ผู้ใดจะส่งออกพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีที่จำเป็นคณะกรรมการจะกำหนดปริมาณ ราคาและระยะเวลาสำหรับการส่งออกด้วยก็ได้

หมวด ๖

โรงไฟฟ้า

มาตรา ๔๒ โรงไฟฟ้า ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติตามระเบียบและประกาศที่คณะกรรมการกำหนด (๒) ปรับปรุงและติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมให้สามารถเดินเครื่องด้วยพืชพลังงานหรือผลผลิตจากพืชพลังงานได้ และเตรียมโรงไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะผลิตไฟฟ้าจากพืชพลังงาน (๓) รับพืชพลังงานหรือผลผลิตจากพืชพลังงานจากเกษตรกรหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือโรงงานตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด (๔) แปรรูปพืชพลังงานหรือผลผลิตจากพืชพลังงานให้เป็นกระแสไฟฟ้าหรือพลังงานไฟฟ้าตามปริมาณที่มีประกาศกำหนด (๕) รายงานชนิดและปริมาณพืชพลังงานหรือผลผลิตจากพืชพลังงานตามแบบ วิธีการและระยะเวลาที่คณะกรรมการพืชพลังงานกำหนด (๖) จ่ายผลตอบแทนค่าพืชพลังงานหรือค่าผลผลิตจากพืชพลังงานให้แก่เกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (๗) จ่ายค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่เกษตรกรหรือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตามอัตราและระยะเวลาที่มีการประกาศกำหนด (๘) นำส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๔๓ โรงไฟฟ้าต้องจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักร ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีที่โรงไฟฟ้าไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการบริหารดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยให้โรงไฟฟ้าเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น มาตรา ๔๔ ปฏิบัติหรือดำเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

หมวด ๗

ราคาพืชพลังงานผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงาน

มาตรา ๔๕ก่อนเริ่มฤดูการแปรรูปพืชพลังงาน ให้คณะกรรมการบริหารจัดทำประมาณการรายได้จากการจำหน่ายพืชพลังงานทั้งที่ยังไม่แปรรูปและที่ได้ทำการแปรรูปแล้วที่จะผลิตในฤดูนั้น เพื่อกำหนดราคาพืชพลังงานขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานขั้นต้น การจัดทำประมาณการรายได้ การกำหนดราคาพืชพลังงานขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานทั้งที่ยังไม่แปรรูปและที่ได้ทำการแปรรูปแล้วขั้นต้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ราคาพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้น ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของประมาณการรายได้ โดยให้คำนึงถึงต้นทุนการแปรรูปพืชพลังงานด้วย มาตรา ๔๖เมื่อคณะกรรมการบริหารได้จัดทำประมาณการรายได้และกำหนดราคาพืชพลังงานขั้นต้นผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้นและประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ให้แจ้งสถาบันเกษตรกรสมาคมโรงงานและกลุ่มโรงไฟฟ้าทราบ และจัดให้มีการประชุมผู้แทนสถาบันเกษตรกรผู้แทนสมาคมโรงงานและผู้แทนกลุ่มโรงไฟฟ้าเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อคัดค้าน(ถ้ามี) โดยทำเป็นหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวันก่อนวันประชุม การทำคำคัดค้านให้กระทำเป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลโดยละเอียดยื่นต่อสำนักงานก่อนวันเรียกประชุมดังกล่าว มาตรา ๔๗ ให้สำนักงานเสนอประมาณการรายได้ ราคาพืชพลังงานและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้นประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตไฟฟ้าและผลการประชุมต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา มาตรา ๔๘เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาประมาณการรายได้จากราคาพืชพลังงานขั้นต้น ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้นและประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าพร้อมด้วยคำคัดค้านในกรณีที่มีคำคัดค้านแล้วให้คณะกรรมการเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา มาตรา ๔๙เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในราคาพืชพลังงานขั้นต้นผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้นและประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าตามมาตรา ๔๖ แล้ว ให้สำนักงานประกาศราคาพืชพลังงานขั้นต้น ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้นและประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าในราชกิจจานุเบกษา ให้โรงงานชำระค่าพืชพลังงานให้แก่เกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพืชพลังงานตามราคาพืชพลังงานขั้นต้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ให้โรงไฟฟ้าชำระผลตอบแทนค่าพืชพลังงานหรือค่าผลผลิตจากพืชพลังงานและค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่เกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพืชพลังงานตามราคาที่กำหนด ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักร ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๕๐เมื่อสิ้นเดือนกันยายนของทุกปี ให้คณะกรรมการบริหารคำนวณรายได้สุทธิที่ได้จากการจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วในแต่ละฤดูการผลิต มาตรา ๕๑ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี ให้คณะกรรมการบริหารกำหนดราคาพืชผลทางการเกษตรขั้นสุดท้ายผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่แปรรูปแล้วขั้นสุดท้ายและประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าขั้นสุดท้ายโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) รายได้สุทธิตามมาตรา ๕๐ (๒) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตพืชพลังงาน (๓) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว (๔) ราคาพืชพลังงานขั้นต้น (๕) ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วขั้นต้น (๖) ประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้า (๗) เงินที่ได้รับจากกองทุน ราคาพืชผลทางการเกษตรขั้นสุดท้ายผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่แปรรูปแล้วขั้นสุดท้ายและประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้า เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและเมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วให้สำนักงานประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๒ในกรณีที่ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ขั้นสุดท้ายผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่แปรรูปแล้วขั้นสุดท้าย หรือประโยชน์อื่นงานภายหลังจากผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าราคาพืชผลทางการเกษตรขั้นต้นผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่แปรรูปแล้วขั้นต้นและประโยชน์อื่นงานภายหลังจากผลิตไฟฟ้าขั้นต้นให้กองทุนจ่ายเงินชดเชยให้แก่โรงงานและโรงไฟฟ้าเท่ากับส่วนต่างดังกล่าว แต่เกษตรกรไม่ต้องส่งคืนค่าพืชพลังงานที่ได้รับเกิน ในกรณีที่ราคาพืชผลทางการเกษตรสุดท้ายผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่แปรรูปขั้นสุดท้ายหรือประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตกระแสไฟฟ้าสูงกว่าราคาพืชพลังงานขั้นต้นผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปขั้นต้นนั้นให้โรงงานชำระค่าพืชพลังงานเพิ่มให้แก่เกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจนครบตามราคาพืชผลทางการเกษตรขั้นสุดท้ายผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่แปรรูปขั้นสุดท้าย และประโยชน์อื่นภายหลังจากผลิตไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๕๓ให้โรงงานและโรงไฟฟ้านำส่งเงินเข้ากองทุนเท่ากับจำนวนผลต่างระหว่างรายได้สุทธิตามมาตรา ๕๐ และค่าพืชผลทางการเกษตรตามราคาพืชผลทางการเกษตรขั้นสุดท้ายรวมกับผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่แปรรูปขั้นสุดท้ายและประโยชน์อื่นงานภายหลังจากผลิตไฟฟ้าทั้งนี้ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

หมวด ๘

การควบคุมและการอุทธรณ์

มาตรา ๕๔ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารเห็นว่าเกษตรกรหรือหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงงานหรือโรงไฟฟ้ากระทำการอันใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการบริหารมีอำนาจสั่งการให้เกษตรกรหรือหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงงานโรงไฟฟ้าหรือบุคคลอื่นใดซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการกระทำการหรืองดเว้นการกระทำการนั้นได้ ผู้ใดรับคำสั่งของคณะกรรมการบริหารตามวรรคหนึ่ง ต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการบริหารกำหนด ในกรณีที่ผู้ได้รับคำสั่งของคณะกรรมการบริหารตามวรรคหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับคำสั่ง ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ขยายระยะเวลาออกไป แต่รัฐมนตรีจะขยายระยะเวลาให้เกินสามสิบวันมิได้ ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการหรือคณะกรรมการมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดตามวรรคสี่ ให้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการหรือวันครบกำหนดตามวรรคสี่ แล้วแต่กรณี การอุทธรณ์ตามวรรคสามหรือการยื่นคำร้องตามวรรคห้าไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการบริหาร เว้นแต่คณะกรรมการหรือศาลปกครอง แล้วแต่กรณี จะสั่งเป็นอย่างอื่น มาตรา ๕๕รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งการดำเนินงานของคณะกรรมการในการนี้ โดยให้มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นทำรายงาน และตลอดจนสั่งให้กระทำหรือยับยั้งการกระทำใดๆเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ตามนโยบายและมติของคณะรัฐมนตรีและสั่งให้รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการได้ มาตรา ๕๖ในกรณีที่รัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติในเรื่องใดของคณะกรรมการ รัฐมนตรีจะสั่งให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนการปฏิบัติในเรื่องนั้นก็ได้ เมื่อคณะกรรมการได้รับแจ้งจากรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการระงับการปฏิบัติในเรื่องนั้นเป็นการชั่วคราว และพิจารณาทบทวนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากรัฐมนตรี ในกรณีที่คณะกรรมการยืนยันตามความเห็นเดิม ถ้ารัฐมนตรีเห็นชอบด้วย ให้รัฐมนตรีนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา คำวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

หมวด ๙

สำนักงาน

มาตรา ๕๗ให้มีสำนักงานคณะกรรมการพืชพลังงานและพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการและคณะกรรมการอื่นๆตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เก็บ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตพืชพลังงานและพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว การใช้และการจำหน่ายพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว (๓) จัดทำแผนการปลูกและผลิตพืชพลังงานเพื่อใช้ในการผลิตพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วและแผนการผลิตพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วเพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักรและส่งออกเสนอคณะกรรมการ (๔) รับจดทะเบียนเกษตรกรและหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน (๕) จัดทำทะเบียนเกษตรกรและที่ดินที่ใช้ในการปลูกพืชพลังงาน (๖) ทดสอบคุณภาพพืชพลังงานและพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว (๗) วิจัยและพัฒนาการผลิตและการใช้ประโยชน์จากพืชพลังงานและพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว (๘) ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการผลิต การใช้และการจำหน่ายพืชพลังงานและพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว ตลอดจนภาวะการตลาดของพืชพลังงานที่แปรรูปแล้ว ทั้งในและนอกราชอาณาจักร (๙) ประสานงานกับคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบริหารกองทุนและคณะกรรมการพืชพลังงาน (๑๐) ติดต่อประสานงานกับองค์การต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ (๑๑) กระทำกิจการอย่างอื่นตามที่คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี คณะกรรมการและคณะกรรมการอื่นๆ ตามพระราชบัญญัตินี้มอบหมาย ความในวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการตัดอำนาจหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่การดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดหรือระเบียบของคณะกรรมการ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง สำนักงานจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทนตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดก็ได้ มาตรา ๕๘  ให้มีเลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างของสำนักงาน ให้เลขาธิการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ

หมวด ๑๐

พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๕๙ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในแหล่งเพาะปลูกพืชพลังงาน เคหสถาน ยานพาหนะ โรงงาน สถานที่เก็บพืชพลังงานพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วหรือผลพลอยได้ หรือสถานที่ทำการค้าพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำการเพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) นำตัวอย่างพืชพลังงานพืชพลังงานที่แปรรูปแล้วและผลพลอยได้ในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบหรือทดสอบ (๓) ยึด อายัดสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานอื่นเมื่อมีเหตุอันสมควรเชื่อว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๐พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องมีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในการปฏิบัติตามหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง และให้บุคคลดังกล่าวอำนวยความสะดวกหรือช่วยเหลือตามสมควร

หมวด ๑๑

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๖๑เกษตรกรผู้ใดโรงงานหรือโรงไฟฟ้าใด ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๒๗ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท มาตรา ๖๒ผู้ใดปลูกพืชพลังงานโดยมิได้จดทะเบียนเป็นเกษตรกรตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา ๖๓เกษตรกรผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ (๑) หรือไม่รายงานปริมาณพืชผลทางการเกษตร หรือโดยจงใจรายงานให้ผิดไปจากความเป็นจริงตามมาตรา ๓๒ (๒) หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา ๖๔ผู้ใดมิได้จดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือถูกเพิกถอนทะเบียนการเป็นหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนแล้วส่งพืชพลังงานที่ตนมิได้ผลิตให้แก่โรงงานหรือโรงไฟฟ้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท มาตรา ๖๕หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท มาตรา ๖๖โรงงานใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท มาตรา ๖๗ โรงงานใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๘โรงงานใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๙โรงไฟฟ้าใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท มาตรา ๗๐ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๗๑ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าผู้แทนนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการและบุคคลอื่นใดซึ่งมีอำนาจหน้าที่กระทำแทนนิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิดและต้องระวางโทษเช่นเดียวกับนิติบุคคลนั้นด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้น หรือได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้นแล้ว .................................................. หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2517 และพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ.2542 ไม่สามารถทำให้เกิดเสถียรภาพของราคาของพืชผลทางการเกษตรได้โดยเฉพาะพืชพลังงาน เนื่องจากมาตรการต่างๆตามกฎหมายดังกล่าวยังไม่เพียงพอและยังขาดความยั่งยืน ส่งผลให้ปัจจุบันปริมาณผลผลิตของพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะพืชพลังงานยังคงล้นตลาดและเกษตรกรต้องจำหน่ายผลผลิตในราคาที่ต่ำและขาดทุนนอกจากนี้ยังพบว่าพืชพลังงานกลุ่มดังกล่าวนอกจากนำไปผลิตเป็นเอทานอลและนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินเพื่อทำเป็นแก๊สโซฮอล์หรือผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อทำเป็นน้ำมันไบโอดีเซลแล้ว พืชพลังงานดังกล่าวยังสามารถนำไปแปรสภาพเพื่อทำเป็นเชื้อเพลิงสำหรับให้โรงไฟฟ้านำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาราคาของพืชผลทางการเกษตรได้โดยเฉพาะพืชพลังงาน และให้เกษตรกรสามารถมีทางเลือกในการจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรได้หลายช่องทางและได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อให้สามารถเพิ่มกำหลังการผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศและลดการนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศลงจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้