มติชนการเมือง จับเข่าสัมภาษณ์พิเศษ อีกหนึ่ง'ขุนพล'ของพรรคภูมิใจไทย นายโสภณ ซารัมย์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ อดีต รมว.คมนาคม ถึงแนวโน้มการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.2562 ซึ่งขุนพลพรรคภูมิใจไทยระบุว่าพรรคมีความพร้อมในระดับที่จะกวาด ส.ส.ได้มากถึงขนาดติด 1 ใน 3 ของพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุดในสภาผู้แทนฯ
* เตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งในช่วงที่จะถึงนี้อย่างไร
ก่อนที่จะพูดกันถึงเรื่องนี้ ขอบอกว่า จริงๆ แล้ว ถ้าบ้านเมืองไปได้ จะมีเลือกตั้งหรือไม่มีเลือกตั้งก็ไม่ซีเรียส แต่ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าประเทศไทยเราลำบากมากขึ้นทุกวัน ยังไงประเทศไทยก็ต้องมีการเลือกตั้ง เพราะหากเลือกช้ากว่านี้ประเทศก็จะลำบากไปมากกว่านี้
สำหรับการเตรียมตัวเลือกตั้งนั้น ในส่วนของบุรีรัมย์นั้น ในนามพรรคภูมิใจไทยผมรับผิดชอบอยู่ 2 เขต ถามว่าผมทำอะไรไปบ้าง คำตอบก็คือเหมือนปกติ ที่ผ่านมาคนใกล้ชิดผมถามว่าท่านจะทำอะไรเพิ่ม ผมบอกไปเลยว่าผมเคยทำอย่างไร ก็จะทำอย่างนั้น และผมพูดแบบนี้ตลอด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมต้องหันมาคิดแล้ว เพราะพอถึงฤดูกาลเลือกตั้งทีไร คนก็กระเสือกกระสนกันทำความดี แต่ผิดกับผม เคยทำอย่างไรผมก็จะอยู่อย่างนั้น อย่างคนอื่นถ้ามีคนตายก็เอาหรีดไปงานศพ แต่สำหรับผม มองว่าไม่ใช่ ถ้ารู้จักเขา เขารู้จักเรา เราก็ต้องเอาหรีดไปทำความเคารพ แต่ถ้าไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ก็ไม่จำเป็น เพราะว่าเราไม่รู้จักเขา การทำอะไรที่เกินธรรมชาติ ผิดธรรมชาติมันไม่ค่อยดี
ในการเลือกตั้งอยากวิงวอนประชาชนว่า การทำความดี ไม่ใช่ทำแค่วันเดียวแล้วจะดี ดีก็ต้องทำมาต่อเนื่อง และการที่ประชาชนบอกว่าเลือกใครก็เหมือนเดิม ผมยืนยันว่าไม่เหมือนเดิม เพราะคนไม่เหมือนกัน คนดีก็มี คนชั่วก็มี คนดีน้อย คนชั่วน้อย จะทำอย่างไรให้เราแยกแยะให้คนดีคนชั่วออกจากกันให้ได้
ทุกวันนี้ผมรณรงค์ให้คนรู้ดีรู้ชั่ว หรือทิตุชุกรรม คือ การรู้ดีรู้ชั่ว บุญสำเร็จด้วยการรู้ดีรู้ชั่ว หากบ้านเมืองเราประชาชนมีความรู้ดีรู้ชั่ว แยกดีแยกชั่วออกจากกันได้ มันก็จะไม่มีปัญหา
*เขตที่รับผิดชอบจะได้ ส.ส.ยกแผงหรือไม่
เขตที่ผมรับผิดชอบ บุรีรัมย์เรายก 8 อยู่แล้ว เพราะความสำเร็จของบุรีรัมย์ ทุกคนคงไม่ปฏิเสธความเป็นบุรีรัมย์ในทุกวันนี้ คนที่เป็นนักการเมืองใครก็อยากเป็นรัฐบาล เพราะการเป็นรัฐบาลสามารถเอานโยบายไปปฏิบัติได้ ไปดูแลทุกข์สุขประชาชน นำความเจริญมาสู่บ้านเมืองตั้งแต่ในระดับประเทศ และในระดับพื้นที่ของตัวเอง หากเราไม่ได้เป็นฝ่ายบริหารเราก็ไม่สามารถจะทำนโยบายที่ประกาศมาไว้ได้ อย่างผมที่พูดเรื่องเกษตรกรที่จะอยู่ได้คือเกษตรแบ่งปัน ต้องทำรายได้ของคนปลูกหรือคนผลิต คนขายให้สมดุลกัน คือรู้ชักแชร์แบ่งปันกัน หากเป็นฝ่ายค้านก็ไม่สามารถทำอะไรได้
อย่างผมนี่พรรคให้ดูแล 2 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์กับร้อยเอ็ด ซึ่ง 2 จังหวัดนี้ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยได้ ส.ส.เลย คราวนี้คิดว่าเราได้ 4 แต้มแน่นอน ผมพูดได้เลยว่า มาวันนี้พรรคผมก็ไม่เบา ถ้าลำดับพรรคที่ดูการเดินผมคิดว่าพรรคผมขึ้นไปตามลำดับ หรือสเต็ป ไม่ได้ขึ้นแบบหวือหวา ไม่ได้ไปดูดใครมา การขึ้นหวือหวาจะอันตราย แต่เราขึ้นตามสเต็ป มันจะทำให้มีความมั่นคง คนมั่นใจ
จะไม่ฟันธงเรื่องตัวเลขหรือจำนวนคน เพราะไม่อยากทำและไม่อยากมุสา แต่ลำดับของเราจะไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของพรรคการเมืองทั้งหมด และต้องดูปัจจัยอื่นๆ มาประกอบด้วย หากประชาชนเห็นด้วยเยอะ เราอาจได้ที่ 1 ก็ได้
*เห็นพรรคการเมืองอื่นมีดรีมทีมหรือเปิดตัวคนรุ่นใหม่แล้วภูมิใจไทยมีหรือไม่
ดรีมทีมคนรุ่นใหม่ที่สังคมกำลังฮือฮาในสายตาผม ผมมองว่าถ้าเป็นรุ่นใหม่เพราะพ่อแม่รวย การศึกษาดี แล้วมาให้คำจำกัดความว่าคนรุ่นใหม่ ผมว่าไม่ใช่ ในสายตาผมคือคนที่ทำอะไรแล้วประสบผลสำเร็จ คิดนอกกรอบแล้วประสบผลสำเร็จในชีวิต พวกนี้คือคนรุ่นใหม่
ส่วนคนรุ่นใหม่ที่ในชีวิตยังไม่ได้ทำอะไรเลย ยังหารายได้เองไม่ได้นั้น ไม่ใช่ ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ที่หารายได้เองก็ไม่ได้ ผมจะไม่ให้ความสำคัญกับพวกนี้ เพราะหารายได้ยังไม่เป็น หน้าตาสวย หน้าตาหล่ออย่างเดียว ช่วยไม่ได้
****************
ขอบพระคุณ : นสพ. มติชน ฉบับวันที่ 28 พ.ย. 2561
ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_1244557
