1.กระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จึงได้ทดสอบติดตั้งเครื่องกรองอากาศต้นแบบ สำหรับติดตั้งบนหลังคารถโดยสารของ ขสมก. เพื่อทดลองกรองอากาศเพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ขณะรถโดยสารวิ่งให้บริการประชาชน
2.การทำงานของเครื่องต้นแบบ ใช้หลักการกวาดอากาศที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งนองอยู่บนถนนที่มีการจราจรแออัดในกรุงเทพมหานคร ในระดับสูงไม่เกิน 5 เมตร เมื่อรถวิ่ง อากาศจะปะทะเข้าหน้ารถในขณะที่รถวิ่ง และผ่านเข้าเครื่องกรองโดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีการนี้สามารถกรองอากาศได้ในขณะที่ประหยัดพลังงาน เนื่องจากไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการดูดลมเข้าเครื่องกรองดังเช่นเครื่องกรองอากาศทั่วไป ไส้กรองอากาศเป็นไส้กรองที่สามารถกรองฝุ่นระดับ PM 2.5 ได้ แต่มีราคาถูกสามารถหาซื้อได้ทั่วไป หลักการนี้ เป็นหลักการเดียวกับการใช้แก้ปัญหาในเมือง เซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ (รายละเอียดข่าว https://edition.cnn.com/2020/01/24/uk/pollution-sucking-buses-scli-gbr-intl-scn/index.html ) และ กรุงนิวเดลี ประเทศ อินเดีย (รายละเอียดข่าว https://www.edexlive.com/people/2018/nov/02/designed-by-delhi-researchers-this-air-filter-can-sit-atop-any-vehicle-and-clean-up-delhis-pollute-4332.html )
3.รถโดยสารที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศที่มีหน้ากว้าง 0.5 ลูกบาศก์เมตร บนหลังคา จะสามารถกวาดอากาศเข้าเครื่องกรอง ได้ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อการวิ่งรถ 1 เที่ยว (เมื่อรถโดยสารวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะทางยาว 20 กิโลเมตร) ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศ ระบุว่า ผู้ใหญ่ 1 คน จะสูดอากาศหายใจเฉลี่ย 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น รถโดยสาร 1 คัน จะสามารถกรองอากาศ ให้กับประชาชนที่อยู่บนถนนได้ถึง 20,000 คน
4.จากการทดลองนำรถโดยสาร ที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถ มาวิ่งให้บริการประชาชน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ในขณะที่รถวิ่ง ผลการวัดค่า PM 2.5 อากาศก่อนเข้าเครื่องกรอง มีค่าอยู่ในระดับ 48 - 52 (คุณภาพอากาศปานกลาง) ในขณะที่ อากาศที่ผ่านเครื่องกรองออกมาแล้ว มีค่าอยู่ในระดับ 1 - 5 (คุณภาพอากาศดีมาก)
5.การทดลองนี้ เป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน โดยกระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้งคณะทำงานจากหลายหน่วยงาน และ ขสมก. ได้ดำเนินการทดลองนี้ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม หากการทดลองต่อเนื่องได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงจะดำเนินการต่อไปให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์ของสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก
17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 21:27
ขสมก.ชี้แจงการติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถโดยสาร
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ทดลองติดตั้งเครื่องกรองอากาศต้นแบบ เพื่อทดสอบแนวความคิด ในการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ตามนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ของกระทรวงคมนาคม นั้น
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว กรณีที่นักวิชาการบางท่าน ได้แสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับการที่ ขสมก.ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถโดยสาร ของ ขสมก.ว่า เป็นเรื่องลวงโลกเช่นเดียวกับเครื่อง GT 200 นั้น ขสมก. จึงขอชี้แจงข้อมูล ดังนี้
1.กระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จึงได้ทดสอบติดตั้งเครื่องกรองอากาศต้นแบบ สำหรับติดตั้งบนหลังคารถโดยสารของ ขสมก. เพื่อทดลองกรองอากาศเพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ขณะรถโดยสารวิ่งให้บริการประชาชน
2.การทำงานของเครื่องต้นแบบ ใช้หลักการกวาดอากาศที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งนองอยู่บนถนนที่มีการจราจรแออัดในกรุงเทพมหานคร ในระดับสูงไม่เกิน 5 เมตร เมื่อรถวิ่ง อากาศจะปะทะเข้าหน้ารถในขณะที่รถวิ่ง และผ่านเข้าเครื่องกรองโดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีการนี้สามารถกรองอากาศได้ในขณะที่ประหยัดพลังงาน เนื่องจากไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการดูดลมเข้าเครื่องกรองดังเช่นเครื่องกรองอากาศทั่วไป ไส้กรองอากาศเป็นไส้กรองที่สามารถกรองฝุ่นระดับ PM 2.5 ได้ แต่มีราคาถูกสามารถหาซื้อได้ทั่วไป หลักการนี้ เป็นหลักการเดียวกับการใช้แก้ปัญหาในเมือง เซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ (รายละเอียดข่าว https://edition.cnn.com/2020/01/24/uk/pollution-sucking-buses-scli-gbr-intl-scn/index.html ) และ กรุงนิวเดลี ประเทศ อินเดีย (รายละเอียดข่าว https://www.edexlive.com/people/2018/nov/02/designed-by-delhi-researchers-this-air-filter-can-sit-atop-any-vehicle-and-clean-up-delhis-pollute-4332.html )
3.รถโดยสารที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศที่มีหน้ากว้าง 0.5 ลูกบาศก์เมตร บนหลังคา จะสามารถกวาดอากาศเข้าเครื่องกรอง ได้ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อการวิ่งรถ 1 เที่ยว (เมื่อรถโดยสารวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะทางยาว 20 กิโลเมตร) ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศ ระบุว่า ผู้ใหญ่ 1 คน จะสูดอากาศหายใจเฉลี่ย 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น รถโดยสาร 1 คัน จะสามารถกรองอากาศ ให้กับประชาชนที่อยู่บนถนนได้ถึง 20,000 คน
4.จากการทดลองนำรถโดยสาร ที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถ มาวิ่งให้บริการประชาชน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ในขณะที่รถวิ่ง ผลการวัดค่า PM 2.5 อากาศก่อนเข้าเครื่องกรอง มีค่าอยู่ในระดับ 48 - 52 (คุณภาพอากาศปานกลาง) ในขณะที่ อากาศที่ผ่านเครื่องกรองออกมาแล้ว มีค่าอยู่ในระดับ 1 - 5 (คุณภาพอากาศดีมาก)
5.การทดลองนี้ เป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน โดยกระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้งคณะทำงานจากหลายหน่วยงาน และ ขสมก. ได้ดำเนินการทดลองนี้ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม หากการทดลองต่อเนื่องได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงจะดำเนินการต่อไปให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์ของสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก
1.กระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จึงได้ทดสอบติดตั้งเครื่องกรองอากาศต้นแบบ สำหรับติดตั้งบนหลังคารถโดยสารของ ขสมก. เพื่อทดลองกรองอากาศเพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ขณะรถโดยสารวิ่งให้บริการประชาชน
2.การทำงานของเครื่องต้นแบบ ใช้หลักการกวาดอากาศที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งนองอยู่บนถนนที่มีการจราจรแออัดในกรุงเทพมหานคร ในระดับสูงไม่เกิน 5 เมตร เมื่อรถวิ่ง อากาศจะปะทะเข้าหน้ารถในขณะที่รถวิ่ง และผ่านเข้าเครื่องกรองโดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีการนี้สามารถกรองอากาศได้ในขณะที่ประหยัดพลังงาน เนื่องจากไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการดูดลมเข้าเครื่องกรองดังเช่นเครื่องกรองอากาศทั่วไป ไส้กรองอากาศเป็นไส้กรองที่สามารถกรองฝุ่นระดับ PM 2.5 ได้ แต่มีราคาถูกสามารถหาซื้อได้ทั่วไป หลักการนี้ เป็นหลักการเดียวกับการใช้แก้ปัญหาในเมือง เซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ (รายละเอียดข่าว https://edition.cnn.com/2020/01/24/uk/pollution-sucking-buses-scli-gbr-intl-scn/index.html ) และ กรุงนิวเดลี ประเทศ อินเดีย (รายละเอียดข่าว https://www.edexlive.com/people/2018/nov/02/designed-by-delhi-researchers-this-air-filter-can-sit-atop-any-vehicle-and-clean-up-delhis-pollute-4332.html )
3.รถโดยสารที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศที่มีหน้ากว้าง 0.5 ลูกบาศก์เมตร บนหลังคา จะสามารถกวาดอากาศเข้าเครื่องกรอง ได้ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อการวิ่งรถ 1 เที่ยว (เมื่อรถโดยสารวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะทางยาว 20 กิโลเมตร) ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศ ระบุว่า ผู้ใหญ่ 1 คน จะสูดอากาศหายใจเฉลี่ย 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น รถโดยสาร 1 คัน จะสามารถกรองอากาศ ให้กับประชาชนที่อยู่บนถนนได้ถึง 20,000 คน
4.จากการทดลองนำรถโดยสาร ที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถ มาวิ่งให้บริการประชาชน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ในขณะที่รถวิ่ง ผลการวัดค่า PM 2.5 อากาศก่อนเข้าเครื่องกรอง มีค่าอยู่ในระดับ 48 - 52 (คุณภาพอากาศปานกลาง) ในขณะที่ อากาศที่ผ่านเครื่องกรองออกมาแล้ว มีค่าอยู่ในระดับ 1 - 5 (คุณภาพอากาศดีมาก)
5.การทดลองนี้ เป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน โดยกระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้งคณะทำงานจากหลายหน่วยงาน และ ขสมก. ได้ดำเนินการทดลองนี้ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม หากการทดลองต่อเนื่องได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงจะดำเนินการต่อไปให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์ของสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก