ก.คมนาคม และ ก.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานด้านระบบราง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “พันธมิตรระบบราง สร้างสรรค์อุตสาหกรรมระบบรางไทย”

ก.คมนาคม และ ก.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานด้านระบบราง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “พันธมิตรระบบราง สร้างสรรค์อุตสาหกรรมระบบรางไทย”

กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “พันธมิตรระบบราง สร้างสรรค์อุตสาหกรรมระบบรางไทย” โดยมี นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีลงนามฯ พร้อมด้วย นายวิรัช พิมพะนิตย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และพันธมิตรรวมทั้งหมด 15 หน่วยงาน ร่วมพิธี กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางราง และ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรรวมทั้งหมด 15 หน่วยงาน ได้ร่วมลงนามข้อตกลงฯ เพื่อร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง ทดสอบและทดลอง พัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมเสริมประสิทธิภาพระบบขนส่งทางรางและความปลอดภัยในการเดินรถไฟ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระบบรางให้เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศและสากล ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการทดสอบวิเคราะห์ด้านระบบราง สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ทดแทนการนำเข้าสนับสนุนการผลิตบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญวิจัยด้านระบบราง ตลอดจนวิจัยพัฒนาแก้โจทย์ปัญหาด้านระบบรางของประเทศสู่การสร้างความยั่งยืนในการขนส่งระบบราง ภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่ 1) การถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา 2) การพัฒนามาตรฐานระบบราง 3) การพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง 4) การทดสอบและการทดลอง และ 5) การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการสนับสนุนการขับเคลื่อนพัฒนาระบบราง ตามนโยบายขับเคลี่อนพัฒนาประเทศของรัฐบาล ซึ่งมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่รถไฟทางคู่ให้มีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมด้วยรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 14 สายทาง ระบบขนส่งมวลชนทางรางในเมืองภูมิภาค 6 จังหวัด รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง การลงนามความร่วมมือดังกล่าว จะช่วยให้ประชาชนได้ใช้ระบบขนส่งทางรางที่ถูกลงจากการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำ ทั้งในส่วนการก่อสร้าง การให้บริการเดินรถ และการซ่อมบำรุง รวมทั้งนักศึกษาสามารถต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้เรียนจากสถาบันการศึกษา ไปสู่การสั่งสมประสบการณ์ด้านวิชาชีพ และสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ สอดคล้องกับนโยบาย “Thai First” ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้รับประโยชน์ก่อน ของกระทรวงคมนาคม โดยหน่วยงานทั้งหมดจะตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนดำเนินการภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือต่อไป