ทั้งนี้ รฟม. ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 อาทิ การเพิ่มความถี่การทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี การเพิ่มการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในขบวนรถไฟฟ้า หลังปิดให้บริการและก่อนเปิดให้บริการทุกวัน และเน้นการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่ผู้โดยสารต้องสัมผัส เช่น เครื่องออกตั๋วโดยสาร ราวจับบันได บันไดเลื่อนราวกันตก ประตูเก็บค่าโดยสาร ลิฟต์โดยสาร ราวจับภายในขบวนรถ เก้าอี้นั่ง เป็นต้น การจัดให้มีจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณจุดตรวจสัมภาระและห้องออกบัตรโดยสารในสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี นอกจากนี้ ให้มีการดูแลสุขภาพพนักงานที่ให้บริการในสถานีและขบวนรถไฟฟ้า ด้วยการตรวจความพร้อมด้านสุขภาพ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนการปฏิบัติงานทุกครั้ง และให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัยกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ประชาชนหนาแน่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT
นอกจากนี้ รฟม. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของบุคลากร ผู้ปฏิบัติงานภายใน รฟม. ด้วยการออกประกาศไม่อนุมัติหรืออนุญาตให้บุคลากร รฟม.เดินทางไปประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 จนถึงวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2563 หากมีเหตุผลหรือความจำเป็นให้บุคลากร รฟม. แจ้งต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณา และเมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยภายในวันที่ 19 เมษายน 2563 ให้เข้ารับการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังเชื้อโรค ณ โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานในการคัดกรองและเฝ้าระวัง และรายงานผลการตรวจดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชา หากพบหรือมีภาวะเสี่ยง ให้ผู้บังคับบัญชา พิจารณาสั่งให้ผู้นั้นหยุดปฏิบัติงาน เพื่อรับการรักษาจนหายเป็นปกติ หรือเพื่อเฝ้าดูอาการ เป็นเวลา 14 วัน นับจากวันที่กลับมาถึงประเทศไทย โดยไม่ถือเป็นการขาดงาน และไม่นับเป็นวันลา นอกจากนี้ในอาคารสำนักงาน รฟม. ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิ พนักงานและผู้มาติดต่อ และจัดจุดให้บริการแอลกอฮอล์ล้างมือและแจกหน้ากากอนามัยภายในอาคารสำนักงานอย่างทั่วถึง ติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และ เฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044

