และเพื่อให้การดำเนินงานในปีงบประมาณต่อไปมีความต่อเนื่อง จึงได้มอบให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์ สำรวจความต้องการของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาเอกชนจากทั่วประเทศ ที่เข้าร่วมงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2563 ใน 5 ภูมิภาค (กระบี่ อุดรธานี เพชรบูรณ์ สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา) เกี่ยวกับสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์อย่างรอบด้านโดยเฉพาะในเรื่องของสินเชื่อเพื่อสวัสดิการ (เงินทุนเลี้ยงชีพ) ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นครู และยังไม่มีภาระสินเชื่อ โดยได้รับรู้ข่าวสินเชื่อเพื่อสวัสดิการจากโรงเรียนและเว็บไซต์ของกองทุนฯ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ยังมีความสนใจเงินกู้สินเชื่อเพื่อสวัสดิการ วงเงินร้อยละ 90 ของเงินสะสมร้อยละ 3 ทั้งยังให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจว่า เป็นโครงการที่ดีที่ช่วยเหลือครูเอกชนด้านสวัสดิการและสิทธิต่าง ๆ พร้อมต้องการให้ลดคุณสมบัติด้านอายุงานของสมาชิกเป็นมากกว่า 5 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี และให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ความก้าวหน้าโครงการต่าง ๆ ทางเว็บไซต์กองทุนสงเคราะห์ให้มากขึ้นด้วย
“หลังจากได้ลงพื้นที่ติดตามการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในจังหวัดต่าง ๆ จนเกือบจะครบทั้งประเทศ พร้อมรับฟังความต้องการ ปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ ประกอบกับข้อมูลความต้องการจากการสอบถามความเห็นของครู ถึงสวัสดิการของกองทุนสงเคราะห์ข้างต้น จึงได้ให้แนวทางการทำงานกับผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์และผู้เกี่ยวข้อง ว่า ขอให้คำนึงถึงความอยู่ได้และยั่งยืนของกองทุนสงเคราะห์เป็นหลัก และพิจารณาในรายละเอียดอย่างรอบคอบรอบด้าน พร้อมเร่งพัฒนาปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารทางเว็บไซต์ให้มีความทันสมัยโดยเร็ว เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนแสดงข้อมูลที่จำเป็น อาทิ รายได้/รายจ่ายของกองทุนฯ จำนวนผู้เบิกจ่าย รวมทั้งสถานะของกองทุนฯ เป็นต้น” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
รู้จัก “กองทุนสงเคราะห์”
เดิมในปี 2518 กองทุนสงเคราะห์ คือกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนราษฎร์ ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อ เป็น กองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 จนกระทั่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ ซึ่งในมาตรา 54 กำหนดให้มี “กองทุนสงเคราะห์เป็นนิติบุคคล” รวมทั้งไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการ งบประมาณ รายได้ของกองทุนสงเคราะห์ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน โดยมีการบริหารงานโดยคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ เพื่อสงเคราะห์ผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย เงินค่ารักษาพยาบาล 150,000 บาทต่อคนต่อปี, ค่าการศึกษาของบุตร, ค่าช่วยเหลือบุตร,เงินทุนเลี้ยงชีพ (กรณีถึงแก่กรรม) และสินเชื่อเพื่อสวัสดิการ

