นอกจากนี้ รฟม. ยังมีแผนเดินเครื่องหัวเจาะ ตัวที่ 4 ในเดือนพฤษภาคม 2563 โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน สัญญาที่ 3 ช่วงหัวหมาก – คลองบ้านม้า ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่ 2 จากสถานีคลองบ้านม้าไปยังสถานีหัวหมาก ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2564
ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ยังได้นำเทคโนโลยีหัวเจาะอุโมงค์ที่มีประสิทธิภาพขุดเจาะใต้ดินที่มีสภาพเป็นดินเหนียว พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนอันประกอบด้วย ท่อลำเลียงดินออก อุปกรณ์สำหรับควบคุมทิศทาง อุปกรณ์ไฮโดรลิคส์เพื่อการลำเลียงวัสดุก่อสร้างเข้า – ออก ในระหว่างการขุดเจาะและการก่อสร้างอุโมงค์ อุปกรณ์ระบายอากาศ มาใช้ในงานขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสัญญาที่ 2 จากสถานีหัวหมากไปยังสถานีรามคำแหง บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมีระยะทางรวมประมาณ 1.9 กิโลเมตร โดยเครื่องหัวเจาะอุโมงค์ที่นำมาใช้นี้ มีขนาดความยาว 9.6 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 6.58 เมตร น้ำหนัก 370 ตัน สามารถขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 5.70 เมตร ในระดับความลึก 20 – 30 เมตร ด้วยสมรรถภาพการขุดเจาะเฉลี่ยวันละ 10 - 15 เมตร หรือเดือนละ 350 เมตร
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีความก้าวหน้างานโยธาในภาพรวม ร้อยละ 56.86 เร็วกว่าแผนร้อยละ 2.57 ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยสัญญาที่ 2 มีความความก้าวหน้าอยู่ที่ร้อยละ 52.04 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2567 โครงการรถไฟฟ้า สายสีส้มฯ ถือเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายแรกที่เชื่อมโยงกรุงเทพฝั่งตะวันออกสู่ใจกลางเมือง ทั้งยังเป็นเส้นทางที่จะเติมเต็มโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ด้วยรูปแบบการเดินทางหลักที่สร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม และจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างยั่งยืนต่อไป

