ปัจจุบัน อุตสาหกรรมเหล็กของไทยกำลังประสบปัญหาในการจัดจำหน่าย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแข่งขันกับกับสินค้าเหล็กนำเข้าราคาทุ่มตลาดจากประเทศจีน ส่งผลให้การบริโภคสินค้าเหล็กในประเทศมีจำนวนเพียง 3 ล้านตัน ในขณะที่กำลังการผลิตที่มีคุณภาพในประเทศไทย มีจำนวนทั้งหมด 10 ล้านตัน รวมทั้งราคาสินค้าเหล็กที่นำเข้ามีราคาที่ต่ำกว่าราคาจำหน่ายของสินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศไทย ประกอบกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐยังไม่เอื้อต่อการส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้เหล็กภายในประเทศ ทางสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เสนอให้ภาครัฐทบทวนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (International Bidding) เนื่องจากการก่อสร้างของประเทศไทยที่ผ่านมาไม่ได้คำนึงถึงระยะเวลาในการก่อสร้าง ส่วนมากใช้แรงงานคนในการก่อสร้าง ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง เมื่อมีการประมูลในรูปแบบ International Bidding จึงทำให้ผู้รับเหมาไทยไม่สามารถสู้ราคาและระยะเวลาในการก่อสร้างได้
จากการประชุมหารือการกำหนดนโยบายสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตในประเทศ (Local Content) สำหรับงานโครงการภาครัฐ เมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม 2563 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธานการประชุมมีผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย กลุ่มสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และกระทรวงคมนาคม โดยที่ประชุมมีมติให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พิจารณาศึกษาและกำหนดระเบียบปฏิบัติให้สอดคล้องนโยบายภาครัฐและไม่ขัดต่อกฎระเบียบและกฎหมายอื่นๆ
ในฐานะที่กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีการดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการ และมีการใช้สินค้าเหล็กในการก่อสร้างโครงการต่างๆ ด้วย จึงเห็นควรให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เป็นผู้ใช้ (User) ได้รับทราบรายละเอียดสินค้าเหล็กที่กลุ่มสมาคมฯ สามารถผลิตและจำหน่ายได้ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ออกแบบงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานโครงการต่างๆ ประกอบกับเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ผลิตและผู้ใช้สินค้าจะได้ร่วมหารือกัน เพื่อทำให้ผู้ผลิตทราบถึงปริมาณความต้องการใช้เหล็กที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่การผลิตสินค้าเหล็กที่สอดคล้องกับชนิดและปริมาณความต้องการของผู้ใช้สินค้า โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาว่า จะสามารถสนับสนุนการใช้สินค้าเหล็กในประเทศ ตามเงื่อนไขที่กลุ่มสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยเสนอได้มากน้อยเพียงใด โดยไม่ขัดต่อกฎระเบียบและกฎหมายอื่นๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางในการใช้สินค้าเหล็ก หรือเสนอเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจต่อไป

