รมว.คมนาคม ให้ H.E. Mr. Lee Wook-heon เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าพบ !

รมว.คมนาคม ให้ H.E. Mr. Lee Wook-heon เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าพบ !

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ H.E. Mr. Lee Wook-heon เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าพบ ในวันที่ 18 มีนาคม 2563 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติดังกล่าว นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า H.E. Mr. Lee Wook-heon ขอให้ประเทศไทยลดระดับความเข้มงวดแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 ในการนี้ได้แจ้งว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการสากลที่ประเทศต่าง ๆ ได้ปฏิบัติ ซึ่งบางประเทศได้มีนโยบายปิดประเทศ สำหรับประเทศไทยไม่ได้ห้ามการเดินทางเข้าประเทศ เพียงแต่ต้องการให้มีการตรวจสอบสุขภาพของผู้โดยสารที่จะเข้ามาประเทศไทย หากพบว่าติดเชื้อไวรัส COVID-19 ต้องได้รับการรักษาก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสในอากาศยาน ทั้งนี้หากรัฐบาลเกาหลีสามารถควบการแพร่ระบาดได้ประเทศไทยจะลดระดับมาตรการดังกล่าว ประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน หากสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นผลสำเร็จดีแล้ว จะได้เดินหน้าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในมิติต่าง ๆ แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ศึกษาการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในประเทศไทยต่อไป ซึ่งสาธารณรัฐเกาหลีให้ความสนใจอย่างมาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 18 มีนาคม 2563 กพท. จะออกประกาศเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารที่อาจจะไม่ได้เดินทางจากประเทศต้นทางที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศเป็นเขตโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดต่อเชื้อไวรัส COVID-19 แต่เคยผ่านหรืออยู่ในประเทศที่ สธ. ประกาศเป็นเขตโรคติดต่ออันตราย ไม่เกิน 14 วัน จะต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าผู้โดยสารไม่มีความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เช่นเดียวกับผู้ที่เดินทางจากประเทศต้นทางที่ประกาศเป็นเขตโรคติดต่ออันตราย หากไม่มีใบรับรองแพทย์ จะถูกปฏิเสธมิให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และผลักดันกลับประเทศต่อไป ซึ่งมีจะผลใช้บังคับในวันที่ 20 มีนาคม 2563 เนื่องจากมีผู้โดยสารบางส่วนไม่เดินทางเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ใช้วิธีเดินทางไปประเทศข้างเคียงประเทศไทยก่อน จากนั้นจึงเดินทางต่อมาที่ประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการที่ กพท. กำหนด ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานต่าง ๆ จะต้องตรวจสอบหนังสือเดินทางย้อนหลังว่า ในระยะ 14 วัน ได้เดินทางไปประเทศที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายหรือไม่ เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในประเทศไทย