ดร.กมล รอดคล้าย ทีมยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาพรรคภูมิใจไทย
ดังจะเห็นได้ว่าทุกประเทศทุ
21 ธันวาคม 2561 เวลา 23:22
"กมล รอดคล้าย" ย้ำภารกิจ "หนี้ กยศ." ทุกข์ของเด็กไทย ภูมิใจไทยมาแก้ไขปัญหา
"ในทุกประเทศการจัดการศึกษาเ ป็นหน้าที่หลักของรัฐที่จะต ้องสร้างโอกาสให้กับเด็กและ เยาวชนทุกคน โดยความมุ่งหวังว่าเมื่อเด็ กและเยาวชนสำเร็จการศึกษา ก็จะได้ออกมาประกอบอาชีพ และเป็นผู้สร้างความเจริญให ้กับชาติบ้านเมือง"
่มเทงบประมาณและสรรพกำลังเพ ื่อจัดการศึกษา และพยายามสร้างกลไกลในการพั ฒนากระบวนการเรียนรู้ที่มีค ุณภาพให้เกิดขึ้นแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกคนในสังคม แต่ในการจัดการศึกษา ก็จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้น ก็ไม่อาจเพียงพอ หากรัฐเป็นผู้สนับสนุนแต่เพ ียงฝ่ายเดียว ประชาชนทุกคน จำเป็นต้องใช้เงินและทรัพย์ สินส่วนตัว เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดการ ศึกษาด้วย แม้ในหลายประเทศจะไม่เก็บค่ าเล่าเรียน แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำว ันของเด็ก และค่าอุปกรณ์ การเรียนการสอน ร่วมทั้ง ค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องจ ากการศึกษา ก็ยังมีอีกจำนวนมาก ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ จึงทำให้คนยากคนจน คนด้อยโอกาส หรือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ จะมีโอกาสทางการศึกษาน้อยกว ่าคนที่มีฐานะรำรวย อันเป็นความเหลื่อมล้ำที่มี มาตั้งแต่กำเนิด และหากไม่ได้รับการส่งเสริม สนับสนุน ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวนี้ก ็จะยิ่งทวีความรุนแรง และช่องว่างระหว่างคนจน กับคนร่ำรวยก็จะยิ่งมากขึ้น
ประเทศต่างๆ พยายามจัดระบบเพื่อสนับสนุน คนยากจน คนขาดแคลน หรือด้อยโอกาส ในรูปแบบต่างๆ การให้ทุนการศึกษาก็เป็นอีก วิธีการหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้ งกองทุนช่วยเหลือเด็ก ทั้งในรูปแบบของการให้เปล่า การกู้ยืม หรือการสนับสนุนในบางกลุ่มค น บางประเภทสาขาวิชาที่ขาดแคล น สำหรับในประเทศไทยก็มีกองทุ นต่างๆ ในลักษณะเดียวกัน โดยรัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนก ู้ยืมเพื่อการศึกษาขึ้นเพื่ อเปิดโอกาสให้ผู้ยากไร้ได้ก ู้ยืม เพื่อนำไปใช้เป็นค่าลงทะเบี ยน หรือค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาก จากการเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตปร ะจำวัน
ซึ่งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึ กษาได้เริ่มดำเนินการมาตั้ง แต่ปี พ.ศ. 2541 สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่ นักเรียน
หรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนท รัพย์ โดยมีผู้กู้ยืมไปแล้วจนกระท ั่งถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2561) รวม 5,284,249 ราย ใช้งบประมาณในการกู้ยืมไปแล ้วทั้งสิ้น 553,492 ล้านบาท ในการให้กู้ยืมดังกล่าวนี้ มีเงื่อนไขสำคัญภายในพระราช บัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 กล่าวคือ ผู้กู้ จะต้องกู้ตามความจำเป็นภายใ ต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีจำนวนเงินในการกู้แตกต ่างกันไปตามระดับการศึกษา และสาขาวิชา ผู้กู้ 1 คน มีผู้ค้ำประกัน 2 คน เมื่อเรียนจบจะมีระยะปลอดหน ี้ 2 ปี จากนั้นจะต้องใช้เงินคืนโดย มีดอกเบี้ยและระยะเวลาตามที ่กำหนด หากผิดนัดการใช้หนี้ตามสัญญ า จะต้องจ่ายเบี้ยปรับ หรือหากผู้ใดไม่ใช้หนี้กองท ุน ผู้ค้ำประกันก็จะต้องรับผิด ชอบในการใช้หนี้ทดแทน
ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีผู้กู้ซึ่งชำระหนี้เสร็จส ิ้นแล้ว จำนวน 670,772 ราย ได้รับเงินคืนแล้วกว่า 150,000 ล้านบาท มีผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ 50,135 ราย ซึ่งกองทุนจะยกหนี้ให้ ในขณะเดียวกันปัญหาซึ่งเกิด ขึ้นก็คือ ผู้ที่อยู่ระหว่างการกู้และ ชำระหนี้ ประมาณ 4.1 ล้านราย มีผู้กู้อยู่ระหว่างการศึกษ าและปลอดหนี้ 1,051,520 ราย อยู่ในระหว่างชำระหนี้ 3,111,822 ราย โดยบุคคลดังกล่าวเหล่านี้ ไม่มีเงินสำหรับใช้หนี้กองท ุนและถูกดำเนินคดี ถึงประมาณ 140,000 ราย รวมคิดเป็นมูลค่าหนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่านี่เป็นปัญหาอันห นักหน่วงของระบบการศึกษาไทย เป็นความทุกข์ใจของเด็กและเ ยาวชน ที่เมื่อเรียนจบ กลับกลายเป็นบุคคลที่ติด Black list หรือเป็นบุคคล NPL การหางานทำยิ่งยากขึ้น ผู้ค้ำประกัน ทั้งที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และผู้ใกล้ชิด กลายเป็นผู้ที่ต้องร่วมรับผ ิดชอบ เมื่อถูกฟ้องร้องก็อาจต้องจ ่ายค่าปรับหรือสูญเสียทรัพย ์สินที่จะต้องนำมาเพื่อจำหน ่ายหรือชดใช้ เราคงจะไม่สามารถปล่อยให้สถ านการณ์เช่นนี้ดำรงอยู่เป็น ภาวะอันบั่นทอนจิตใจของเด็ก และเยาวชน รวมทั้งเป็นบาดแผลในความรู้ สึกของผู้ที่เกี่ยวของ รวมทั้งคนไทยทุกคน โดยสามารถกำหนดแนวทางในการแ ก้ไขและประกาศเป็นนโยบายเพื ่อแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งมิได้มีความยุ่งยากหรือ ซับซ้อนแต่ประการใด หากแต่อยู่บนพื้นฐานของความ คิดที่ว่า “เราจะต้องลงทุนเพื่อพัฒนาเ ด็ก อันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำ คัญของชาติ แม้แต่การลงทุนโดยไม่มีรายไ ด้กลับคืน ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้ องกระทำ ยิ่งเป็นเรื่องของการกู้ยืม การคิดดอกเบี้ย หรือค่าปรับไม่ใช้สิ่งที่คว รจะทำ เพราะมิได้เป็นเรื่องของธุร กิจ หรือเป็นสิ่งที่รัฐจะต้องมา หารายได้จากเด็กและเยาวชน” โดยวิธีการแก้ไขสามารถดำเนิ นการได้ ดังนี้
1. สำหรับผู้ที่มีความพร้อม สามารถจ่ายหนี้ได้ ควรให้มีการปรับลดดอกเบี้ยห รือลดค่าปรับ ซึ่งขณะนี้มีอัตราที่สูงจนเ กินไป จะทำให้ผู้กู้มีความสามารถใ นการใช้หนี้มากขึ้น ระบบการปรับโครงสร้างหนี้ หรือการลดดอกเบี้ยและค่าปรั บนี้ ดำเนินการได้ไม่ยาก เพียงแต่แก้ไขระเบียบว่าด้ว ยการให้กู้และการชดใช้เงินย ืม ให้มีการปรับลดหรืองดเว้น ดอกเบี้ย หรือค่าปรับ โดยมิได้จำเป็นต้องแก้ไขกฎห มายหลักแต่ประการใด
2. ให้มีการพักหนี้ จากเดิมมีระยะปลอดหนี้ 2 ปี เป็น 5 ปี เนื่องจากระยะเวลาเพียง 2 ปี ผู้จบการศึกษาจำนวนมากยังไม ่สามารถหางานทำได้ หรือยังอยู่ในช่วงของการปรั บเปลี่ยนงานที่ทำ ขาดความมั่นคงและบั่นทอนขวั ญกำลังใจ การพักหนี้ระยะยาวขึ้น ส่งผลให้ผู้จบการศึกษามีงาน ทำจัดการกับระบบชีวิตของตนเ องได้ดีขึ้น และสามารถจัดสรรเงินเดือนหร ือค่าตอบแทนที่ได้รับเพื่อก ารใช้หนี้ได้
3. ต้องยกเลิกผู้ค้ำประกัน ซึ่งปัจจุบันนี้มีมากกว่า 8.2 ล้านคน โดยปลดผู้ค้ำประกันให้พ้นจา กการเป็นผู้ค้ำประกันตามระเ บียบกองทุนนี้ เนื่องจากมิได้มีความจำเป็น ใดๆ ที่จะต้องมีผู้มารับรองหรือ ค้ำประกันให้กับผู้กู้ นักเรียนนักศึกษาทุกคน ถือเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ การกู้ยืมก็นำไปใช้เพื่อการ ศึกษา เป็นผู้ที่สามารถรับรองตัวเ องได้ว่าเมื่อเรียนจบก็จะมี รายได้และย่อมพร้อมที่จะนำร ายได้มาใช้หนี้กองทุน กยศ. ผู้มีการศึกษาสูงย่อมไม่อยา กเป็นหนี้ และไม่มีใครมีความตั้งใจที่ จะไม่ใช้หนี้ เพียงแต่ปัญหาอยู่ที่ระบบซึ ่งแข็งตัวจนเกินไปและเป็นไป อย่างเคร่งครัด จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นเช่นใ นปัจจุบัน
4. อาจจัดให้มีระบบการใช้หนี้ใ นรูปแบบอื่นแทนตัวเงิน เช่น การทำงานในหน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรการกุศล หรือแม้แต่ภาคประชาชน ภาคเอกชน และคำนวณเป็นตัวเงินเพื่อนำ มาชดใช้แทน รวมทั้ง เมื่อมีการลดภาษีมูลค่าเพิ่ มให้แก่คนยากจน ก็อาจเอื้อมาถึงลูกหนี้เหล่ านี้ด้วย และในอนาคตอาจใช้ระบบกองทุน ผูกติดกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ซึ่งเด็กไม่จำเป็นต้องชำระห นี้ แต่ไปคิดรวมกับภาษีเงินได้ป ระจำปีของผู้กู้แทน
เด็กและเยาวชนไทยเป็นหนี้ กยศ. เป็นความทุกข์ใจ ทั้งเด็กเยาวชนและครอบครัว รวมทั้งผู้คนในสังคม เป็นปรากฏการณ์อันไม่ควรจะเ กิดขึ้น และต้องรวมกันขจัดปัดเป่าให ้หมดสิ้น นี่คือปัญหาเก่าที่ระบบเดิม ได้สร้างไว้ ซึ่งเราจำเป็นต้องแก้ไขให้จ บสิ้นในยุคสมัยของเรา ก่อนจะเริ่มต้นกำหนดทิศทางก ารศึกษาใหม่ที่ดีและมีคุณภา พกว่าเดิมและหาวิธีป้องกันม ิให้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอ ดีตในลักษณะของกองทุนกู้ยืม ทางการศึกษานี้กลับมาอีก