"อนุทิน"ชูปฏิรูปสาธารณสุขใช้ระบบ"เทเลเมด"ช่วยชีวิตคน

"อนุทิน"ชูปฏิรูปสาธารณสุขใช้ระบบ"เทเลเมด"ช่วยชีวิตคน

อนุทิน' ชูไอเดียปฏิรูประบบสาธารณสุขใช้ระบบ “เทเลเมด” ช่วยเซฟชีวิตคน รักษาจากที่บ้านด้วยเทคโนโลยี หวังลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ ด้าน “เศรษฐพงค์” แนะเร่งปรับปรุงกฎหมายดึงงบประมูล4จี -5จีใช้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในระบบสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่จะปฏิรูประบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพโดยใช้ระบบโทรเวชกรรม หรือเทเลเมดเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันปัญหาของระบบสาธารณสุขของไทยในปัจจุบันคือเรามีผู้ป่วยที่ไม่มีความจำเป็นต้องไปถึงโรงพยาบาลมากถึงร้อยละ 25 ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และกำลังมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องรับงานหนักเกินความจำเป็นและใช้งบประมาณมากเกินความจำเป็น รวมไปถึงการเดินทางทำให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุที่จริงแล้วคนไข้เหล่านี้สามารถรักษาที่บ้านหรือหมอประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเทเลเมด สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาล และโรงพยาบาลก็สามารถส่งยาผ่านระบบการส่งยาเคลื่อนที่จากโรงพยาบาลสู่ผู้ป่วยได้ จะทำให้ระบบการแพทย์ทางไกลโดยใช้เทคโนโลยีครบวงจรเกิดขึ้นจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตระหว่างการลำเลียงผู้ป่วยไปโรงพยาบาลมีตัวเลขที่สูงมาก หรือที่เราเรียกว่าตายก่อนถึง ซึ่งเราสามารถที่จะลดอัตราการเสียชีวิตได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีเทเลเมด โดยบุคลากรทางการแพทย์ในรถฉุกเฉินสามารถสื่อสารกับหมอผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลระหว่างทางอีกทั้งสามารถที่จะใช้กล้องที่เชื่อมโยงกับระบบ 4จีหรือ 5จีทำให้สามารถที่จะมองเห็นสถานการณ์ของผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะลดอัตราการเสียชีวิตได้มาก หากมีการสื่อสารระหว่างทางอย่างเรียลไทม์ “รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขจะต้องวางโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลด้วยความง่ายดายและมีประสิทธิภาพไม่ว่า อสม. ประชาชน และแพทย์ก็สามารถเข้าใช้ด้วยความรวดเร็วและตลอดเวลา” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว ด้านพ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การปฏิรูปให้กระทรวงสาธารณสุขมีศูนย์ข้อมูลโดยการใช้เทคโนโลยีเอไอและ Big data จะต้องใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ นอก งบฯ ของกระทรวงสาธารณสุขที่มีอยู่เดิมแล้ว ยังมีกองทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมและดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เพื่อประโยชน์สาธารณะ และกองทุนที่เกี่ยวข้องของกับกระทรวงดีอี จึงควรจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ 4จีและ 5จีของกสทช.ให้ชัดเจนกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ของกสทช. และคณะกรรมการดีอีแห่งชาติ ควรกำหนดไว้ให้ชัดเจนว่าเงินที่ได้มาจะต้องใช้เพื่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคมในระบบสาธารณสุข และระบบการศึกษาเป็นลำดับแรก เพราะจำนวนเงินนับแสนล้านที่กสทช. ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว ถือว่าเพียงพอกับการปฏิรูประบบเทคโนโลยีของการสาธารณสุข และการศึกษาของทั้งประเทศได้ ซึ่งถือว่าเป็นความเร่งด่วนลำดับแรกของประเทศไทย เพื่อทำให้ประเทศไทยฝ่าด่านการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงทั้งคุณภาพของชีวิตผู้คนและทักษะในการทำงานรูปแบบใหม่ของผู้คนในอนาคตทั้งสิ้น.