25 มีนาคม 2563 เวลา 18:03
"ดร.กนกวรรณ" รมช.ศึกษาธิการ แถลง สช. เปิดฟรี ห้องเรียนออนไลน์ เน้น “เรียนที่บ้าน ปลอดภัย ได้ความรู้”
วันที่ 25 มีนาคม 2563 ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานการประชุมวางแผนการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการและรองโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) และผู้แทนโรงเรียนเอกชนที่เข้าร่วมเครือข่ายการให้บริการห้องเรียนออนไลน์กับ สช. เข้าร่วมการประชุมและแถลงข่าว ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวภายหลังการประชุมวางแผนการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล สช. ว่า เราได้รับความร่วมมือจาก 5 โรงเรียนเอกชน ได้แก่ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนกรุงเทพวิทยาการคอมพิวเตอร์ โรงเรียนมัธยมยานากาวา โรงเรียนวรรัตน์ศึกษา และ 168 ติวเตอร์ออนไลน์ ในการร่วมกันเป็นเครือข่ายการให้บริการห้องเรียนออนไลน์ ในการสร้างการเรียนรู้โดยมี สช. เป็นศูนย์กลางหลัก เชื่อมโยงระหว่าง นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ครู และการศึกษาออนไลน์แบบทันสมัย ซึ่งนโยบายนี้มาจากการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เป็นโรคติดต่ออันตรายที่สุดในขณะนี้ ทางรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และ สช. ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันและสกัดกั้น COVID-19 เป็นอย่างมาก การจัดการศึกษาออนไลน์นี้ จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียน นักศึกษา สามารถเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระวิชาได้แม้อยู่ในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดนี้ ดังสโลแกน “เรียนที่บ้าน ปลอดภัย ได้ความรู้”

สำหรับ เว็บไซต์ศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล สช. หรือ ห้องเรียนออนไลน์ สช. นั้น เป็นการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาที่มีระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ที่พร้อมให้บริการฟรีสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนในสังกัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การเรียนออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการสร้างความรู้แก่นักเรียนและนักศึกษาได้อย่างเหมาะสม ยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง และการสร้างโอกาสให้โรงเรียนเอกชนที่พร้อมจะให้บริการการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) ฟรี ได้มาเข้าร่วมกับ สช. ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนที่ยินดีเข้าร่วมเพื่อช่วยแก้ปัญหาการศึกษา จำนวน 5 โรงเรียน คือ
1) โรงเรียนเซนต์คาเบรียล มีการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ และตามข้อกำหนดของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งได้นำเนื้อหาการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับการสอน iPSLE ของประเทศสิงคโปร์ มาสอดแทรกในการจัดการเรียนการสอน และได้ปรับโครงสร้างหลักสูตรIntensive English ให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยจัดสอนวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา ทั้งภาคภาษาไทยและแบบที่เป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ตำราเรียนของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย
2) โรงเรียนกรุงเทพวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีระบบ Virtual School เป็น VDO การเรียนการสอนผ่านเครือข่าย Internet โดยครูผู้สอนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิประสบการณ์สูง จากมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่มีชื่อเสียง จัดการเรียนการสอนทุกระดับชั้น ตั้งแต่ประถมศึกษา ปีที่ 1 – มัธยมศึกษา ปีที่ 6 ทุกกลุ่มสาระ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 พร้อมทั้งมีแบบทดสอบ สามารถคำนวณคะแนนจัด Ranking ผู้เรียน มีระบบยกระดับคุณภาพทั้งโรงเรียน มีการวัดผลและประเมินผล ด้วยระบบ AI ผู้ปกครองและนักเรียนสามารถรายงานผลกลับสู่โรงเรียนได้ อีกทั้ง ผู้ปกครองและครูสามารถใช้สมาร์ทโฟนติดตามผลการเรียนของนักเรียนได้อย่าง Real Time
3) โรงเรียนมัธยมยานากาวา เปิดทำการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา โดยสมาคมพัฒนาบุคลากร (ไทย-ญี่ปุ่น) ได้ลงนามความร่วมมือทางการศึกษา (MOU) กับโรงเรียนยานากาวา จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2556 ตามโครงการพัฒนาเยาวชนคนพันธุ์ใหม่ เพื่อสังคมไทยโดยส่งนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไปเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานในการพัฒนาเยาวชนไทย เพื่อกลับมารับใช้บ้านเกิด
4) โรงเรียนวรรัตน์ศึกษา เปิดทำการเรียนการสอนในระดับอนุบาล-ประถมศึกษาในหลักสูตร Bilingual และ English Program ผู้บริหารได้เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกยุค Digital Disruption จึงคิดรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ โดยนำครูหรือผู้สอน และผู้เรียนในทุกระดับมาเจอกันบนแพรตฟอร์มออนไลน์ สามารถจัดห้องเรียนออนไลน์ตามระดับชั้น ตามรายวิชา โดยมีครู 1 คน รองรับนักเรียนในชั้นเรียนออนไลน์ได้ตั้งแต่ 1-100 คน นัดเวลาเรียนได้ ซึ่งระบบจะรองรับผู้เรียนได้จำนวนทั้งสิ้น 12,000 คน สามารถแบ่งปันให้โรงเรียนที่สนใจมาจัดห้องเรียนออนไลน์ได้ โรงเรียนละไม่เกิน 500 คน มีระบบค้นหาครูผู้สอนที่มีความสามารถ เลือกเรียนได้ทั้งแบบตัวต่อตัวหรือแบบกลุ่ม วิเคราะห์การเรียนการสอนด้วยระบบ AI เก็บข้อมูลไว้ใช้ในการเรียน และมีกระดานออนไลน์อัจริยะ VDO Call , Chatblog , ระบบรับ-ส่งไฟล์ระหว่างเรียนให้บริการอีกด้วย
5) 168 ติวเตอร์ออนไลน์ คอร์สเรียนออนไลน์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เป็นคอร์สการเรียนเสมือนโรงเรียนออนไลน์ยุค Thailand 4.0 ควบคุมโดย ด้วยระบบ AI technology ที่สามารถแปรผันตามศักยภาพของผู้เรียน เมื่อผู้เรียนมีความสามารถสูง จะสามารถเรียนรู้ เข้าใจเนื้อหาได้เร็วและสามารถเรียนจบได้เร็ว ผู้เรียนจะสามารถเรียน และสอบผ่านหลักสูตรได้เร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับศักยภาพของบุคคลนั้น เพื่อปูพื้นฐานให้นักเรียนมีความเข้าใจในบทเรียน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของนักเรียนทั่วประเทศ โดยจะมีแบบทดสอบให้ทำก่อนเรียน เนื้อหาแต่ละบทเรียน แบบทดสอบหลังเนื้อหา และแบบทดสอบหลังเรียน ให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากในห้องเรียน และสามารถทดสอบวัดความรู้ของตัวเองได้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีโรงเรียนที่มีความพร้อมด้านการเรียนการสอนออนไลน์เข้าร่วมอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ สามารถเข้าเว็บไซต์ศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล สช. ได้ 2 ช่องทาง คือ ใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) (
www.opec.go.th) เลือกหัวข้อ ศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล สช. (
https://odlc.opec.go.th/) หรือสามารถเข้าใช้บริการได้ที่หน้าเว็บไซต์ศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล สช. โดยตรงที่ URL
https://odlc.opec.go.th/
จากนั้น เลือกโรงเรียนต้นทางที่ให้บริการ กรอกข้อมูลพื้นฐานตามที่ระบบร้องขอ ก็สามารถเริ่มการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) ได้ทันที โดยโรงเรียนเอกชนสามารถใช้ระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนแบบปกติได้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลผู้เข้าเรียนเพื่อติดตามและประเมินผลในลำดับต่อไป สามารถสอบถาม ได้ที่ 022821000 “ ดร.กนกวรรณ กล่าว