"กรมการขนส่งทางบก" เดินหน้าป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต่อเนื่องทั่วประเทศ

"กรมการขนส่งทางบก" เดินหน้าป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต่อเนื่องทั่วประเทศ

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ในส่วนของกรมการขนส่งทางบกให้มีมาตรการเข้มงวดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ และบังคับใช้กฎหมายสูงสุดเด็ดขาด วันที่ 26 มีนาคม 2563 ดำเนินการตรวจวัดควันดำรถโดยสารและรถบรรทุกทั่วประเทศ จำนวน 1,814 คัน พบค่าควันดำเกิน แจ้งเตือน 136 คัน พ่นห้ามใช้ 11 คัน  เพื่อให้ผู้ประกอบการไปบำรุงดูแลรักษารถไม่ให้มีค่าควันดำเกิน แบ่งเป็น ดังนี้ ในเขตกรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูง ตรวจวัดค่าควันดำรถจำนวน 547 คัน ไม่พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด ในส่วนภูมิภาค สำนักงานขนส่งจังหวัด 15 จังหวัดที่เป็นเส้นทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก สมุทรปราการ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อ่างทอง สระบุรี และ สุพรรณบุรี ตรวจวัดควันดำ จำนวน 433 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด จำนวน 4 คัน ออกใบเตือน จำนวน 10 คัน ในส่วนสำนักงานขนส่งจังหวัดอื่น 61 จังหวัด ตรวจวัดควันดำ จำนวน 834 คัน พบควันดำเกิน 7 คัน ออกใบเตือน จำนวน 126 คัน ทั้งนี้ ส่งผลให้มียอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 - 21 มีนาคม 2563 ตรวจรถทั้งสิ้น 229,922 คัน เป็นพบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด พ่นห้ามใช้ จำนวน 3,569 คัน ซึ่งผู้ประกอบการเจ้าของรถได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงและนำเข้าตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว จำนวน 2,238 คัน ⚠️เตือน!!! รถทุกคันที่ถูกพ่นห้ามใช้ ต้องนำรถไปแก้ไขและนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่ง เมื่อผ่านการตรวจสภาพจึงสามารถลบข้อความห้ามใช้ออกและนำรถไปใช้งานได้ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการส่งภาพรถบรรทุกและรถโดยสารควันดำที่สังเกตเห็นหมายเลขทะเบียนชัดเจน ผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ด้วยการตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้นด้วยตัวเองเพื่อให้รถอยู่ในสภาพปกติและไม่เกิดควันดำ ทำความสะอาดไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด ตรวจเช็คหัวฉีดและปั๊มหัวฉีดน้ำมันให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน หมั่นดูแลเครื่องยนต์ไม่ให้ก่อปัญหาควันดำเมื่อใช้งานบนท้องถนน