นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินมาตรการภาคการขนส่งผู้โดยสารในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีมาตรการ “คัดกรอง COVID-19” แบ่งเป็น 7 ขั้นตอน ดังนี้
1. คัดกรองประชาชน ผู้ปฏิบัติงาน ผู้โดยสาร ก่อนเข้าอาคารที่พักผู้โดยสาร
2. คัดกรองผู้โดยสารก่อนเข้าไปในยานพาหนะ
3. คัดกรองผู้โดยสาร ผู้ปฏิบัติงาน ก่อนออกจากอาคารที่พักผู้โดยสาร
4. เมื่อพบผู้มีอาการป่วย ดำเนินการตามระเบียบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
5. เว้นระยะห่างในจุดจำหน่ายตั๋ว จัดที่นั่งบนยานพาหนะ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
6. แนะนำผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัย และแว่นตาตลอดการเดินทาง
7. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลให้กระทรวงคมนาคมทราบทุกวัน
สำหรับแผนปฏิบัติการการจัดการด้านระบบขนส่งภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ของกระทรวงคมนาคม มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
1. การเดินทางด้วยระบบขนส่งทางอากาศ
- กำหนดจุดรอรับการตรวจร่างกาย และจัดทำเครื่องหมายแสดงตำแหน่งการยืนเข้าแถว บริเวณหน้าจุดตรวจค้นผู้โดยสารเปลี่ยนลำระหว่างประเทศไปภายในประเทศ (International to Domestic) และช่องทางเข้าออกเจ้าหน้าที่ (Staff) โดยให้มีระยะห่างเพียงพอ ในระยะ 1 - 2 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
2. การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางบก
- ให้มีมาตรการ Social Distance โดยให้ผู้โดยสารเว้นระยะนั่ง หรือยืนห่างกัน
อย่างน้อย 1 เมตร (Social Distancing) เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย
- จัดที่นั่งพักคอยให้มีระยะห่าง 1 เมตร 1 ที่ เว้น 1 ที่
3. การเดินทางด้วยระบบขนส่งทางราง
- ให้มีมาตรการ Social Distance โดยจัดระยะห่างการยืน 1 - 2 เมตร ในจุดที่ผู้โดยสารต้องยืนต่อคิวรอใช้บริการต่างๆ ได้แก่ การจำหน่ายตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ และบริเวณหน้าเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ และบนชานชาลา
- รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ได้เพิ่มขบวนรถเสริมให้บริการช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า
เพื่อลดความแออัด
- ขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่าน ยืนในระยะห่างที่เหมาะสม ขณะใช้ลิฟต์โดยสาร
4. การเดินทางด้วยระบบขนส่งทางน้ำ
- ประกาศกรมเจ้าท่าที่ 56/2563 เรื่อง การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและ
มิให้ประชาชนต้องเสียประโยชน์หรือละเมิดกฎหมายตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรประกาศ ณ วันที่ 26 มีนาคม 2563 ให้ขยายเวลาหรืออายุของใบสำคัญรับรอง ใบอนุญาต ประกาศนียบัตร สัญญา และหนังสือสำคัญ จากวันที่หมดอายุหรือสิ้นอายุออกไปจนกว่จะมีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือที่ได้รับการขยายเวลาหรืออายุของใบสำคัญรับรอง และใบอนุญาตรักษาเรือให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการใช้ตลอดเวลา
- การต่อคิวขึ้น - ลง เรือ เว้นระยะห่าง 2 เมตร และให้เจ้าหน้าที่เร่งระบายผู้โดยสารให้ขึ้น - ลงเรือ เพื่อไม่ให้มีการเกาะกลุ่มหรือร่างกายเบียดเสียดกันโดยไม่จำเป็น
- ประชาชนที่มาติดต่อราชการให้นั่งเว้นระยะห่าง 1 - 2 เมตร
หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้จัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารรวมถึงพนักงานในพื้นที่ส่วนกลาง และบริเวณที่มีการใช้งานร่วมกัน เช่น บริเวณทางเข้า - ออกสถานี ห้องออกบัตรโดยสาร อีกด้วย
สำหรับการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด กระทรวงคมนาคมมีแนวทางการปฏิบัติดังนี้
1. กรณีการเดินทางด้วยรถโดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งทางรางจัดให้มีการตรวจคัดกรอง และปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด โดยพิจารณาอนุญาตเฉพาะบุคคลจากข้อกำหนดข้อ 8 ตาม พ.ร.ก.ฯ
2. กรณีการเดินทางด้วยรถโดยสารข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ให้ผู้ให้บริการจัดเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตรวจคัดกรองผู้โดยสาร โดยจะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานทางราชการหรือหน่วยงานว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการยกเว้นในข้อ 8 ตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) และให้บันทึกข้อมูลผู้โดยสารโดยระบุชื่อ ที่อยู่ ที่พักปัจจุบันหรือภูมิลำเนา และระบุวัตถุประสงค์ในการเดินทางตามเอกสาร ต.8 ด้วย เพื่อประกอบการซื้อ/จำหน่วย ตั๋วโดยสาร

