นายอนุทิน กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เครือข่ายมูลนิธิ หรือเครือข่ายกู้ภัย เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานการแพทย์ฉุกเฉิน อยู่ใกล้ชิดให้ความช่วยเหลือประชาชนมากที่สุด ได้ช่วยเหลือนำส่งผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อ การรับผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บอื่นๆ ที่ไม่ทราบว่าติดเชื้อนำส่งโรงพยาบาล หรือเก็บร่างผู้เสียชีวิตทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อให้แก่ญาติ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ต้องขอขอบคุณความเสียะของภาคเอกชน ที่ทำงานบนความเสี่ยง
ทางภาครัฐ ไม่นิ่งนอนใจพยายามแบ่งเบาภาระได้ให้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จัดตั้งชุดปฏิบัติการฉุกเฉินพิเศษเพื่อตอบโต้ COVID-19 (Special COVID-19 Operation Team : SCOT) จำนวน 63 ทีมทั่วประเทศ เพื่อเป็นทีมสำรองช่วยเหลืออีกแรงหนึ่ง
“แม้ว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ของไทยจะมีแนวโน้มลดลง แต่ไม่ควรไว้วางใจมากนักเพราะหลายประเทศยังประสบปัญหาการระบาดของโรค เชื่อว่าประเทศไทยยังต้องอยู่กับสถานการณ์นี้อีกพักใหญ่ ทีม SCOT จะช่วยเสริมทีมการแพทย์ฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มความเข้มแข็งระบบการแพทย์และสาธารณสุขไทยในการต่อสู้กับโรคนี้”
ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้มอบชุดป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่ ชุด PPE. หน้ากากอนามัย ถุงคลุมเท้า ถุงมือ แอลกอฮอล์ และ Face shield แก่ทีมกู้ภัยของเอกชน พร้อมชมการสาธิตการปฏิบัติการการช่วยเหลือนำส่งผู้ป่วยติดเชื้อของมูลนิธิร่วมกตัญญู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการฉุกเฉินสังกัดมูลนิธิเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร มีสัดส่วนของการออกเหตุมากกว่าร้อยละ 60 ของการออกเหตุทั้งหมด ซึ่งในปัจจุบันมีชุดปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบการแพทย์ฉุกเฉินสังกัดมูลนิธิ จำนวน 33,358 คน มีรถปฏิบัติการฉุกเฉิน จำนวน 8,402 คัน ในจำนวนมูลนิธิ 400 กว่าแห่งทั่วประเทศ

