กรมการขนส่งทางบก ย้ำ! มาตรการเว้นระยะระหว่างที่นั่งหรือพื้นที่ยืนบนรถโดยสารสาธารณะ ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามข้อสั่งการ รมว.คมนาคม

กรมการขนส่งทางบก ย้ำ! มาตรการเว้นระยะระหว่างที่นั่งหรือพื้นที่ยืนบนรถโดยสารสาธารณะ ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามข้อสั่งการ รมว.คมนาคม

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม มีมาตรการเข้มงวดป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในระบบขนส่งสาธารณะ กรมการขนส่งทางบกจึงกำชับไปยังผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท รวมถึงผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่ง ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมอย่างเคร่งครัด วันนี้ (26 เมษายน 2563) สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด บูรณาร่วมกับหน่วยในที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น สมุทรปราการ บุรีรัมย์ นครศรีธรรมราช ลำปาง ศรีสะเกษ นครสวรรค์ แพร่ ระยอง อุตรดิตถ์ เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา สตูล พระนครศรีอยุธยา นครปฐม มุกดาหาร ลำพูน มหาสารคาม สมุทรสาคร เลย สระแก้ว ดำเนินการตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งรถโดยสารระหว่างจังหวัด และรถโดยสารภายในจังหวัด จัดที่นั่งภายในรถโดยสารเว้นระยะนั่ง หรือยืนห่างกัน อย่างน้อย 1 เมตร ตามนโยบาย Social Distancing  รวมถึงการจัดพื้นที่นั่งคอยภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารด้วยเช่นกัน  นอกจากนี้ ทุกแห่งต้องมีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนก่อนการเดินทาง รวมถึงตรวจคัดกรองพนักงานขับรถและผู้ประจำรถ หากพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด รวมทั้งดูแลให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพ ตามแบบ ต.8-คค ที่ระบุจุดเดินทางที่ออกและจุดหมายปลายทางที่เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนขึ้นรถโดยสารและตลอดการเดินทาง  และจัดให้บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของการให้บริการประชาชน ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการประกาศงดการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถแล้วจนกว่าจะมีการประกาศยกเลิกสถานการณ์  แต่ยังคงให้บริการด้านทะเบียนและภาษีตามปกติ จึงได้กำชับให้มีมาตรการป้องกันทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาสัมพันธ์ให้ใช้บริการชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ https://eservice.dlt.go.th ส่วนรถที่ไม่สามารถใช้บริการชำระภาษีประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์  แนะนำใช้บริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ชำระภาษีได้โดยไม่ต้องลงจากรถ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดการเดินทาง หลีกเลี่ยงการอยู่รวมกลุ่มในที่ชุมชน และสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อแพร่กระจายของโรค