ซึ่งในวันนี้ได้เรียกกรมวิชาการเกษตร มาถามให้ชัดเจนตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ระบุว่ายังไม่เห็นหนังสือตอบรับจากกรมวิชาการเกษตร ที่ต้องเสนอแผนรองรับผลกระทบเกษตรกร ยกเลิกการใช้ 3สาร และจัดทำบัญชีสารทดแทน หรือวิธีการทำเกษตรเหมาะสม ดังนั้น ยืนยันได้ว่าได้ทำหนังสือตอบแล้วไปถึงกรมโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 27 เมษายน ตามที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีหนังสือมาเมื่อวันที่ 23 เมษายน ให้กรมวิชาการเกษตร ตอบกลับมาในระยะเวลา 4 เดือนที่ครบกำหนดวันที่ 27 เมษายน
“ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย จะขยายเวลาการบังคับใช้แบน 3 สาร ออกไปถึงสิ้นปี 63 ตามที่มีภาคเอกชนหรือบุคคล ได้ทำหนังสือเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เช่นกรณีที่นายกลินทร์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทำหนังสืออ้างว่าหากไม่เลื่อนไปถึงสิ้นปี จะกระทบการนำเข้าวัตถุดิบ ผลิตอาหารสัตว์ และอาหารคน ซึ่งถือเป็นความเห็นส่วนบุคคล ซึ่งที่ผ่านมาสภาหอการค้าฯ ก็เคยแสดงท่าทีเห็นด้วยกับการแบน 3 สาร จึงไม่รู้ว่าวันนี้ทำไมจึงกลับความเห็น” น.ส.มนัญญา กล่าว
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร เสนอที่ประชุมให้นำเรื่องการพิจารณากำหนดมาตรฐานไอเอสโอ(ISO) สำหรับโรงงานที่ผลิต นำเข้า จำหน่าย สารเคมีการเกษตร ขึ้นมาเป็นเรื่องวาระเพื่อพิจารณาในวันที่ 30 เมษายน ด้วย เนื่องจากได้ส่งเรื่องไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เพื่อให้เป็นวาระพิจารณา กำหนดให้ทุกโรงงานต้องมีมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ แต่เพิ่งทราบว่าเรื่องดังกล่าวถูกบรรจุเป็นวาระเพื่อทราบเท่านั้น ไม่ทราบว่าเจตนาที่ทำเป็นวาระเพื่อทราบเพื่ออะไร เพราะทำให้น้ำหนักลดลงไปมาก เหมือนกับมีความพยายามที่ทำให้การให้โรงงานมีไอเอสโอ(ISO) คุ้มครองผู้บริโภค เกษตรกร กลายเป็นเรื่องไม่สำคัญ
“ เพราะฉะนั้นในวันที่ 30 เมษายน ดิฉันขอให้ ข้าราชการกระทรวงเกษตร กรมวิชาการเกษตร เรียกศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการที่ดีกลับคืนมา เพราะเรากำลังทำสิ่งที่ดี เป็นประโยชน์เพื่อประชาชน เพื่อเกษตรกร ซึ่งในที่ประชุมทุกคนมีสิทธิโต้แย้ง อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต้องทำ เรื่องแบนสามสาร เรื่องไอเอสโอ(ISO) ดิฉันอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชน แต่ที่พูดมาทำมาสุดท้ายโดนกระทรวงอุตสาหกรรม ยกประเด็นว่า เป็นเพราะกระทรวงเกษตรฯ กรมวิชาการเกษตร ไม่ทำหนังสือตอบมา ยกมาอ้างเป็นเหตุให้เลื่อนแบน 3 สาร ไปอีก ดิฉันก็ไม่รู้คนพูดกลับไปกลับมา ไปกินอะไรกัน รมช.เกษตรฯ พูดมาเป็นปี ประชาพิจารณ์ก็ผ่านแล้วในเรื่องมาตรฐานโรงงานสารเคมี แต่บางคนพูดเปลี่ยนไปอีกอย่าง ไม่รู้กินอะไรกัน หรือไปกินอาหารอะไรที่ทำให้ความสุข ซึ่งตัวดิฉันไม่เคยเปลี่ยน ยืนยันว่า พูดอย่างไรทำอย่างนั้น จากวันแรกที่เข้ามา ทั้งนี้กรณีข้อโต้แย้งต่างๆ ดิฉันสงสัยเหมือนกัน มีระยะเวลาก่อนการประชุมในแต่ครั้ง นานพอที่แต่ละฝ่าย หยิบยกประเด็นมาหารือกันได้ แต่ปรากฏว่ามักจะยกเพื่อให้เป็นประเด็นขึ้นมาก่อนประชุมเพียงไม่กี่วันแบบฉุกละหุก ซึ่งมันไม่ยุติธรรม ” น.ส.มนัญญา กล่าว
ขณะที่ นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงษ์ ที่ปรึกษารมช.เกษตรฯกล่าวว่าในการประชุมวันที่ 30 เมษายน นี้ จะเป็นการประชุมเพื่อรับรองมติวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ที่ให้แบน 2 สาร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2563 และจำกัดการใช้สารไกลโฟรเซต ซึ่งเท่าที่อ่านหนังสือเวียนแจ้งมติที่ประชุม พบว่าทั้งหมดเป็นข้อเสนอของนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพียงคนเดียวโดยไม่มีข้อเสนอของหน่วยงานอื่น ซึ่งนายอนันต์ ได้หยิบเอาประเด็นสต็อก 3 สาร ของเอกชน ที่ยังค้างอยู่เกือบ 3 หมื่นตัน หากต้องกำจัดจะใช้งบกว่าพันล้านบาทและเสี่ยงการถูกฟ้องร้อง ดังนั้น ต้องรอดูว่าในการประชุมครั้งนี้ จะมติอย่างไร ใครยกมือเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย มิฉะนั้นจะต้องกลับไปใช้มติวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่มีมติเอกฉันท์ให้แบน 3 สาร ที่มีผลเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562

