โดย รมช.ศึกษาธิการ ได้เยี่ยมชมภายในบริเวณสำนักงาน กศน.ในหลายส่วน พร้อมพบปะพูดคุยกับครู บุคลากร บรรณารักษ์ ตลอดจนวิทยากรผู้สอน อย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะนายจำรัส ทองโฉม ครูศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองสระบุรี (กศน.อำเภอ) ผู้ได้รับรางวัลพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3 ถือเป็นรางวัลที่น่าภาคภูมิใจ ที่เกิดจากความมุ่งมั่นและทุ่มเททำงานเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตอย่างแท้จริง จากนั้นเยี่ยมชมอาคาร วไลยอลงกรณ์ ซึ่งเป็นอาคารเก่า ทรงคุณค่า ที่ควรอนุรักษ์ไว้ของจังหวัดสระบุรี และห้องสมุดประชาชนจังหวัดสระบุรี ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2497 และภายในยังมีห้องสมุดสารานุกรมไทยสำหรับ
เยาวชน ลำดับที่ 102 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า เป็นความตั้งใจที่จะเดินทางไปตรวจติดตามการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้ครบทั่วทั้งประเทศ แต่เมื่อมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ต้องปรับรูปแบบการทำงานเชิงรุก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของครูและบุคลากร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับการจัดการศึกษาของ กศน. และการศึกษาเอกชนในจังหวัดสระบุรี จากการรายงานถือว่ามีความก้าวหน้า ทั้งในส่วนของการนำนโยบาย กศน. สช. WOW ทั้ง 6G ไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม พร้อม ๆ กับสามารถปรับตัวเท่าทันต่อสภาวะการณ์โควิด-19 อย่างมีมาตรฐาน และเป็นไปตามมาตรการของรัฐบาล
ในส่วนของการรับนักศึกษาและจัดการเรียนการสอนของ กศน. ขอให้ใช้สื่อ เทคโนโลยี คลังเรียนรู้กลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ของ กศน.ที่มีอยู่แล้ว ให้เกิดประโยชน์ต่อคนทุกช่วงวัย อาทิ สถานโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (ETV) ระบบ e-Library ของห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" และห้องสมุดประชาชนของจังหวัด อำเภอ มุมหนังสือในชุมชน หมู่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) โดยคำนึงถึงความปลอดภัย สุขภาพอนามัย และมาตรการรักษาระยะห่าง เพื่อการปรับตัวสู่วิถีปกติใหม่ของประชาชนอย่างมีความสุข" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
#รัฐมนตรีขาลุยแห่งภูมิใจไทย
#ทลายทุกข้อจำกัด

