
30 พฤษภาคม 2563 เวลา 20:01
“ส.ส.สำลี” ชู การศึกษาสำหรับเด็ก ใช้สื่อออฟไลน์ และออนไลน์ ให้ถูก วอนรัฐ นำแท็บเล็ตกลับมาใช้กับเด็กให้เป็นประโยชน์ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
นายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดมหาสารคาม ขอหารือในประเด็นเรื่องเด็ก กับการเรียนการสอน ซึ่งภูมิใจที่ได้พูดแทนเด็กทั้งประเทศ ในฐานะที่เป็นครูมาก่อน เด็กคือต้นกล้าชาติเราจะดีหรือไม่ดี จะเข้มแข็งพัฒนาอย่างไร ต้นกล้าสำคัญมาก เพื่อให้เด็กได้รับอานิสงส์และเงินกู้ เป็นจำนวนมหาศาลครั้งนี้ ขอเสนอเฉพาะเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงอายุ 3 ขวบเด็กเหล่านี้ควรได้รับการดูแล และก็เอาใจใส่อย่างทั่วถึง และเต็มที่ อันที่จริงแล้วรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอให้มีการเรียนการสอนออนไลน์แต่แทนที่จะได้รับดอกไม้กับได้รับก้อนอิฐมา อันที่จริงแล้วสื่อออนไลน์หรือการเรียนแบบออนไลน์ เป็นวิธีที่ดี เพราะเป็นวิธีที่สอดคล้องกับธรรมชาติ สอดคล้องกับสมอง และสอดคล้องกับยุคสมัย ต้องยอมรับว่าไม่ว่าเด็กหรือ ผู้สูงอายุ ใช้มือถือใช้สื่อออนไลน์ทั้งนั้น แต่สิ่งที่อยากจะสื่อก็คือ สื่อออนไลน์ที่ปรากฏในสื่อ ที่ส่งให้เด็กทั่วประเทศเรียน เห็นว่าควรที่จะมีการปรับปรุง อาจจะได้เงื่อนของเวลาทำให้สื่อที่ออกไปนั้น ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับเด็กสักเท่าไหร่ หมายความว่า เรานำบรรยากาศในห้องเรียนเข้าไปในสื่อออนไลน์ แล้วให้เด็กทั่วประเทศได้ดู ซึ่งปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กนักเรียนนั้นขาดหาย แต่มันมีรูปแบบหลายรูปแบบที่จะทำได้ดีกว่านั้น
ดูอย่างประเทศที่เจริญแล้ว ที่เราต้องการให้เป็นโมเดลของเรา ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการศึกษาบอกว่า ใช้ฟินแลนด์โมเดล และสิงคโปรโมเดล ดีไหม แล้วพอมีสื่อออนไลน์แล้วกลับต่อว่ากัน ทั้ง ๆ ที่ประเทศเหล่านั้น เขาจะไม่มีหนังสือในห้องเรียนแล้ว เพราะจะเรียนออนไลน์ นี่คือประเทศที่เขาก้าวไกล
ทั้งนี้ มาเรียกร้องให้กับเด็กตั้งแต่ในครรภ์ จนถึงอายุ 3 ขวบ ด้วยวิธีการนำเงินจำนวนหนึ่ง มาซื้อแท็บเล็ต ซึ่งเป็นสื่อที่ดีสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 ขวบถึง 3 ขวบ ซึ่งสื่อออฟไลน์เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่ในครรภ์ จนถึง 3 ขวบ แต่กระทรวงศึกษาธิการไม่ทำ เด็กสามารถที่จะมีการอ่านออกตั้งแต่ขวบกว่า ถ้าเด็กยังอ่านไม่ออก อย่าเพิ่งไปให้เล่นสื่อ Online แต่ถ้า 3 ปีแล้วอ่านออก อ่านได้จึงให้ใช้สื่อออนไลน์ ปัจจุบันนี้ เด็กขวบ 2 ขวบพ่อแม่ ให้ใช้สื่อออนไลน์ เอามือถือให้เด็ก จึงมีปัญหามาก มีปัญหาต่อการเรียนการสอนได้ ทุกวันนี้สอนยากมากขึ้น สงสารครู พ่อแม่ผู้ปกครองก็อบรมเด็กยากขึ้น เราไปภูมิใจกับเด็กใช้สื่อออนไลน์ อันนั้นคือการทำลายสมองเด็กอย่างมาก สื่อออนไลน์ที่อยู่ในเด็กที่มันมาจากอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ นั้น มันไม่มีเป้าหมาย ไร้ทิศทาง แต่ถ้าเป็นสื่อออฟไลน์ สามารถที่จะนำข้อมูลป้อนเข้าไปใส่ในแท็บเล็ตได้ และให้เด็กได้กดดูแบบเป็นคาราโอเกะ ทั้งนี้ ถ้าเด็กอ่านออก อ่านได้แล้ว จึงให้เขาไปอ่านออกเขียนได้ อย่าเพิ่งไปบังคับให้เขาเขียน ให้เขาอ่านได้ก่อน แล้วจึงให้เขาไปใช้สื่อออนไลน์ แต่ว่าสื่อออนไลน์ก็ควรมี ไม่ได้ปิดกั้น นั่นคือการให้อิสระเสรีภาพเด็ก จะไปเรียนที่ไหนก็ได้ ในท้องไร่ท้องนาก็จะกดดูเมื่อไหร่ก็ได้ นั้นคือสุดยอดของออฟไลน์ และออนไลน์