
10 มิถุนายน 2563 เวลา 22:02
‘ศุภชัย ใจสมุทร’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในญัตติด่วน ขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการฯศึกษาผลกระทบหากรัฐบาลจะอนุมัติตกลง CPTPP
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทินชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอขอญัตติด่วนให้คณะสภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบหากรัฐบาลจะอนุมัติลงนามในข้อความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans- Pacific Partnership – CPTPP) อันก่อให้เกิดกระแสคัดค้านเป็นจำนวนมาก โดยเกรงว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับความเสียหาย และผลกระทบที่เกิดขึ้น อาทิผลกระทบการผลิตยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์
ซึ่งเป็นความมั่นคงด้านระบบสาธารณสุขของประเทศ ผลกระทบของอุตสาหกรรมการเกษตรที่จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการเปิดโอกาสให้ต่างชาติ นำพันธุ์พืชพื้นเมืองของไทยไปวิจัยเพื่อสร้างพันธุ์พืชใหม่และจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง นอกจากนี้ธุรกิจบางประเภทต้องเตรียมกับการรุกตลาดของต่างชาติ ที่เข้ามาซื้อกิจการของท้องถิ่นได้ จึงขอญัตติด่วนดังกล่าวมา ให้ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลกระทบ หากรัฐบาลจะอนุมัติลงนาม ในข้อตกลง CPTPP อันเป็นการเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับประโยชน์ของแผ่นดิน ตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ. ศ. 2562 ข้อ 49 และข้อ 50
ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนใหญ่ในการประกอบการพิจารณาในตอนนี้เป็นข้อมูลที่มาจากภาครัฐโดยให้ข้อมูลว่า หากรัฐบาลตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับ CPTPP ผลกระทบจะมีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามแบบจำลองเศรษฐศาสตร์จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว ร้อยละ 0.12 หรือ GDP มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 1.3 หมื่นล้านบาท การลงทุนจะขยายตัวร้อยละ 5.14 มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท การลงทุนจากต่างประเทศจะมีการดึงดูดการลงทุนจากประเทศที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อส่งออกไปยังประเทศ ในกลุ่ม CPTPP
แต่ทั้งนี้ได้มีคำถามจากภาคประชาชน และ NGO ว่าข้อมูลต่างๆ ที่ภาครัฐนำเสนอเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถรับฟังได้จริงหรือไม่ มีข้อกังวลว่าหากเข้าไปแล้ว จะมีผลกระทบอะไรบ้างหรือไม่ ที่จะต้องเข้าไปผูกพันกับสัญญา 2 ฉบับ คือ อนุสัญญาการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งมีผลต่อการผูกขาดพันธุ์พืช และสนธิสัญญาบูดาเปส ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับเรื่องจุลชีพ
โดยข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผลกระทบประชาชนยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ดังนั้นในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องร่วมกันศึกษาในประเด็นนี้ ว่าเรื่องนี้สมควรจะเดินหน้าไปในทิศทางใด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงขอให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาผลกระทบหากรัฐบาลจะอนุมัติตกลง CPTPP