ด้าน นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยผลการดำเนินการ วันที่ 14 มิถุนายน 2563 ดำเนินการตรวจวัดควันดำรถโดยสารและรถบรรทุกทั่วประเทศ จำนวน 647 คัน ไม่พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด แต่พบรถที่มีค่าควันดำระหว่าง 30 - 45 % ได้ออกใบเตือน จำนวน 16 คัน เพื่อให้ผู้ประกอบการไปบำรุงดูแลรักษารถไม่ให้มีค่าควันดำเกิน แบ่งเป็น ดังนี้
ในเขตกรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูง ตรวจวัดค่าควันดำรถจำนวน 330 คัน (รถบรรทุก 255 คัน,รถโดยสารประจำทาง 75 คัน,รถโดยสารไม่ประจำทาง - คัน) ไม่พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด
ในส่วนสำนักงานขนส่งจังหวัด ตรวจวัดควันดำ จำนวน 5 317 คัน (รถบรรทุก 166 คัน,รถโดยสารประจำทาง 131 คัน,รถโดยสารไม่ประจำทาง 20 คัน) ไม่พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด แต่พบรถที่มีค่าควันดำระหว่าง 30 - 45 % ได้ออกใบเตือน จำนวน 16 คัน
ทั้งนี้ ส่งผลให้มียอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 -14 มิถุนายน 2563 ตรวจรถทั้งสิ้น 340,999 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด พ่นห้ามใช้ จำนวน 3,813 คัน ซึ่งผู้ประกิบการเจ้าของรถได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงและนำเข้าตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว จำนวน 2,593 คัน
เตือน!!! รถทุกคันที่ถูกพ่นห้ามใช้ ต้องนำรถไปแก้ไขและนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่ง เมื่อผ่านการตรวจสภาพจึงสามารถลบข้อความห้ามใช้ออกและนำรถไปใช้งานได้ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย
ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการส่งภาพรถบรรทุกและรถโดยสารควันดำที่สังเกตเห็นหมายเลขทะเบียนชัดเจน ผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน
•สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
•Line@: @1584DLT
•Facebook: 1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ https://www.facebook.com/dlt1584/
•เว็บไซต์ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/ •แอปพลิเคชัน DLT GPS
•E-mail: dlt_1584complain@hotmail.com
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ด้วยการตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้นด้วยตัวเองเพื่อให้รถอยู่ในสภาพปกติและไม่เกิดควันดำ ทำความสะอาดไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด ตรวจเช็คหัวฉีดและปั๊มหัวฉีดน้ำมันให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน หมั่นดูแลเครื่องยนต์ไม่ให้ก่อปัญหาควันดำเมื่อใช้งานบนท้องถนน

