"ผมก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน บางทีคนที่เรียกตัวเองว่ามาเฟีย ว่าพวกผู้มีอิทธิพล อาจกลัวผม เพราะผมคิดดี ทำดี มีความดีเป็นเกราะป้องกันตัว ผมไม่กลัว และผมก็ อยากทำให้สำเร็จ ถ้าทำสำเร็จ ผมพอใจแล้ว ลาออกเลยก็ได้ เพราะได้ฝากผลงานให้กับคนไทย นี่คือความใฝ่ฝันของนักการเมืองทุกคน"
และต่อข้อถามว่านโยบายของภูมิใจไทยจะสู้กับนโยบายจำนำข้าว และประกันราคาข้าวได้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ทั้ง 2 นโยบาย อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญทางพรรค จึงไม่กล้าเสี่ยงนำมาใช้ เราอยากให้ชาวนามากเท่าที่จะมากได้ เข้าใจความลำบากของชาวนา แต่ในความเป็นจริง มันขัดกฎหมาย พรรคต้องคิดวิธีที่มันมี โอกาสทำได้มากที่สุด ยั่งยืนที่สุด ตกผลึกที่การแบ่งปันกำไรข้าว คิดกันขนาดนี้ ก็ยังมีเสียงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ค่อนขอด ว่ามันจะทำไม่ได้ มันจะติดนั่น ติดนี่ แต่ตนมั่นใจว่าทำได้ เพราะหลังจากทราบข่าวว่าท่านนายกฯท้วงติงมา ตนรีบโทรศัพท์หาทีม ยุทธศาสตร์และนักวิชาการของพรรคเลยว่ามันทำได้ไหม ก็ได้ความสบายใจว่าทำได้แน่นอน ก็ขนาดอ้อย ยังทำได้ มีพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลมาคุมการแบ่งกำไร บังคับใช้มาตั้ง 30 กว่าปี แล้วทำไมข้าวถึงจะทำไม่ได้ คุยกันแล้ว ก็มั่นใจว่าไม่ได้ขายฝันใคร
22 มกราคม 2562 เวลา 13:17
"อนุทิน" ไม่กลัว "มาเฟียข้าว" ปม ชู นโยบาย แบ่งปันผลกำไร ช่วยชาวนา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) แสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายแบ่งปันกำไรข้าว หรือ Profit Sharing ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผลประโยชน์ในธุรกิจข้าว จนอาจกระทบกับกลุ่มมาเฟียในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวว่า แนวทางของพรรค ภท. เราให้คนทุกกลุ่มเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการข้าวอยู่แล้ว ในกลุ่มนั้นจะต้องมีตัวแทนชาวนา ตัว แทนพ่อค้า ตัวแทนโรงสี แต่ที่สุดแล้วคุณต้องแบ่งปันผลกำไรให้ชาวนา 75% แบ่งปันกำไรให้พ่อค้า 15% และแบ่งปันให้โรงสี 10% ทั้งผมและทีมยุทธศาสตร์ของ พรรคคิดตรงกันว่า ด้วยการแบ่งปันแบบนี้ ทุกฝ่ายอยู่ได้กำไรแน่นอน เพราะชาวนา ลงทุน ลงแรงมากที่สุด จำนวนก็มากที่สุด ก็ต้องได้มากกว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม ในอดีต การแบ่งผลประโยชน์มันบิดเบี้ยว คนทำน้อยได้มาก คนทำมากได้น้อย เราแค่ต้องทำให้มันถูกต้อง ส่วนใครที่คิดว่าตัวเองเสียผลประโยชน์ก็โวยวายกัน ในที่ประชุมเลย ส่งตัวแทนไปคัดค้าน ให้ประชาชนรู้ว่าคุณไม่พร้อมสละกำไรให้ชาวนา ซึ่งเขาทำงานหนักกว่า
"ผมก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน บางทีคนที่เรียกตัวเองว่ามาเฟีย ว่าพวกผู้มีอิทธิพล อาจกลัวผม เพราะผมคิดดี ทำดี มีความดีเป็นเกราะป้องกันตัว ผมไม่กลัว และผมก็ อยากทำให้สำเร็จ ถ้าทำสำเร็จ ผมพอใจแล้ว ลาออกเลยก็ได้ เพราะได้ฝากผลงานให้กับคนไทย นี่คือความใฝ่ฝันของนักการเมืองทุกคน"
และต่อข้อถามว่านโยบายของภูมิใจไทยจะสู้กับนโยบายจำนำข้าว และประกันราคาข้าวได้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ทั้ง 2 นโยบาย อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญทางพรรค จึงไม่กล้าเสี่ยงนำมาใช้ เราอยากให้ชาวนามากเท่าที่จะมากได้ เข้าใจความลำบากของชาวนา แต่ในความเป็นจริง มันขัดกฎหมาย พรรคต้องคิดวิธีที่มันมี โอกาสทำได้มากที่สุด ยั่งยืนที่สุด ตกผลึกที่การแบ่งปันกำไรข้าว คิดกันขนาดนี้ ก็ยังมีเสียงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ค่อนขอด ว่ามันจะทำไม่ได้ มันจะติดนั่น ติดนี่ แต่ตนมั่นใจว่าทำได้ เพราะหลังจากทราบข่าวว่าท่านนายกฯท้วงติงมา ตนรีบโทรศัพท์หาทีม ยุทธศาสตร์และนักวิชาการของพรรคเลยว่ามันทำได้ไหม ก็ได้ความสบายใจว่าทำได้แน่นอน ก็ขนาดอ้อย ยังทำได้ มีพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลมาคุมการแบ่งกำไร บังคับใช้มาตั้ง 30 กว่าปี แล้วทำไมข้าวถึงจะทำไม่ได้ คุยกันแล้ว ก็มั่นใจว่าไม่ได้ขายฝันใคร
"ผมก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน บางทีคนที่เรียกตัวเองว่ามาเฟีย ว่าพวกผู้มีอิทธิพล อาจกลัวผม เพราะผมคิดดี ทำดี มีความดีเป็นเกราะป้องกันตัว ผมไม่กลัว และผมก็ อยากทำให้สำเร็จ ถ้าทำสำเร็จ ผมพอใจแล้ว ลาออกเลยก็ได้ เพราะได้ฝากผลงานให้กับคนไทย นี่คือความใฝ่ฝันของนักการเมืองทุกคน"
และต่อข้อถามว่านโยบายของภูมิใจไทยจะสู้กับนโยบายจำนำข้าว และประกันราคาข้าวได้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ทั้ง 2 นโยบาย อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญทางพรรค จึงไม่กล้าเสี่ยงนำมาใช้ เราอยากให้ชาวนามากเท่าที่จะมากได้ เข้าใจความลำบากของชาวนา แต่ในความเป็นจริง มันขัดกฎหมาย พรรคต้องคิดวิธีที่มันมี โอกาสทำได้มากที่สุด ยั่งยืนที่สุด ตกผลึกที่การแบ่งปันกำไรข้าว คิดกันขนาดนี้ ก็ยังมีเสียงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ค่อนขอด ว่ามันจะทำไม่ได้ มันจะติดนั่น ติดนี่ แต่ตนมั่นใจว่าทำได้ เพราะหลังจากทราบข่าวว่าท่านนายกฯท้วงติงมา ตนรีบโทรศัพท์หาทีม ยุทธศาสตร์และนักวิชาการของพรรคเลยว่ามันทำได้ไหม ก็ได้ความสบายใจว่าทำได้แน่นอน ก็ขนาดอ้อย ยังทำได้ มีพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลมาคุมการแบ่งกำไร บังคับใช้มาตั้ง 30 กว่าปี แล้วทำไมข้าวถึงจะทำไม่ได้ คุยกันแล้ว ก็มั่นใจว่าไม่ได้ขายฝันใคร