รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร มีผู้สมัครกว่า 7 พันคน ซึ่งทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่สนใจในการทำการเกษตรอินทรีย์ และต้องการผู้แนะนำเสมือนพี่เลี้ยงที่เข้ามาดูแล โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเข้ามาดูแล ร่วมกับสหกรณ์ในพื้นที่ช่วยวางแผน โดยเน้นการทำแปลงเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาอาชีพตามความต้องการ ซึ่งมีหน่วยงานภาคีต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานในกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และหน่วยงานภายนอก เข้ามาช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกร ทั้งนี้ คาดหวังว่า คนรุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของบ้านเราให้เจริญก้าวหน้า และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้นำ หรือผู้บริหารสหกรณ์การเกษตรในแต่ละจังหวัด โดยการนำความรู้ความสามารถมาช่วยพัฒนา และดูแลสหกรณ์ให้เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง เป็นที่พึ่งพาของเกษตรกร และคนในชุมชนต่อไป
โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าว สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้กลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด ได้กลับบ้านอยู่กับครอบครัว และสานต่ออาชีพการเกษตรของพ่อ-แม่-ปู่-ย่า-ตา-ยาย จะเน้นการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ พัฒนากระบวนการผลิต และการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า และการตลาด มีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เน้นทำน้อยแต่ได้มาก ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ได้ผลกำไรที่คุ้มค่า โดยจะสนับสนุนให้สหกรณ์ในพื้นที่เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงคอยดู และแนะนำอาชีพให้คนเหล่านี้เพื่อในอนาคต คาดหวังว่าคนรุ่นใหม่จะได้เข้ามาสานต่องานสหกรณ์ และช่วยพัฒนาสหกรณ์ในจังหวัดในหมู่บ้านของตนเองให้เจริญก้าวหน้า และนำพาเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดรับสมัครโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เมื่อวันที่ 1-31 มกราคม 2563 มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศจำนวน 7,559 ราย และมีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 680 สหกรณ์ มีตลาดรองรับโดยซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ พร้อมกระจายสินค้าทั่วประเทศ

