
22 มิถุนายน 2563 เวลา 11:57
รมช.พาณิชย์ เผย! พบการเปิดเสรีการค้าในกลุ่มประเทศ GMS กระทบเชิงบวกในภูมิภาคต่อเศรษฐกิจ
“วีรศักดิ์” เผยผลศึกษาของ ไอทีดี พบการเปิดเสรีการค้าในกลุ่มประเทศ GMS กระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคแต่ส่งผลเชิงลบทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ชี้ทุกประเทศต้องเร่งสร้างสวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีแก่ประชาขน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ไอทีดี ศึกษากรอบนโยบายและทิศทางทางการค้าภายใต้กรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในกลุ่ม GMS (กลุ่มประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน (เฉพาะมณฑลยูนานและเขตปกครองตนเองกว่างซี) โดยประเทศในกลุ่มนี้ได้ดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนมาอย่างต่อเนื่องอันส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในกลุ่มประเทศเหล่านี้ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการเจริญทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจากการใช้การค้าเป็นตัวขับเคลื่อนนั้นจะนำมาสู่การบรรลุกรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ ได้หรือไม่ โดยผลการศึกษาพบว่า การค้าสินค้าและบริการและการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศล้วนมีส่วนสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะเป้าหมายด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การขจัดความยากจนทุกรูปแบบในพื้นที่ การขจัดความหิวโหย มีความมั่นคงทางอาหาร สนับสนุนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และการจ้างงานเต็มอัตรา รวมถึงมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม และยังส่งผลสืบเนื่องมาสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในมิติทางสังคม เช่น บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง เป็นต้น
แต่ขณะเดียวกัน ก็พบว่าการค้าระหว่างประเทศได้สร้างความลำบากทางด้านสังคม เช่น เรื่องการลดความไม่เท่าเทียมทั้งภายในและระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเนื่องไปถึงการพัฒนามนุษย์ในหลายเรื่อง อาทิ การสร้างหลักประกันทางด้านคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคน การสร้างหลักประกันว่าทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นต้น
นอกจากนี้ การค้าระหว่างประเทศยังสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบก รวมถึงจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น
“ดังนั้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสามารถบรรลุกรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในแต่ละมิติได้นั้น นอกจากจะต้องสร้างความร่วมมือและเสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูความร่วมมือระดับโลก แต่ละประเทศควรมีนโยบายภายในประเทศในการสร้างสวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีแก่ประชาขนเพื่อที่จะให้แต่ละประเทศสมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ในทุกมิติด้วย”นายวีรศักดิ์ กล่าว