นายศักดิ์สยาม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะเป็นการตรวจความพร้อมการก่อสร้างพร้อมร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง ลดผลกระทบการจราจรติดขัด เนื่องจากบริเวณ 2 ข้างทางของถนนพระราม 2 มีชุมชนหนาแน่นและมีปริมาณจราจรประมาณ 200,000 คัน/วัน รวมทั้งมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น สถานศึกษา โรงพยาบาล นิคมอุตสาหกรรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ ถนนพระราม 2 ถือเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมขนส่งสู่ภาคใต้อีกด้วย ทั้งนี้ หลังวันที่ 8 กรกฎาคม หนึ่งสัปดาห์จะลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อดูความคืบหน้าการก่อสร้างว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และจากการลงพื้นที่ในวันนี้จะเห็นได้ว่าปริมาณรถลื่นไหลมากกว่าการลงพื้นที่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีรถติดยาวมากกว่า 1 กิโลเมตร
ครั้งนี้กรมทางหลวงจะเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สาย ธนบุรี – ปากท่อ ตอนทางแยกต่างระดับบางขุน เทียน – เอกชัย ระยะทางประมาณ 8.335 กิโลเมตร โดยจะเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างจำนวน 2 จุดก่อน ได้แก่ กม.14+000 ถึง กม.15+000 และ กม.18+000 ถึง กม.20+295 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประสานงานด้านการจัดการจราจรกับท้องที่ และตำรวจทั้งกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 และ สน.แสมดำ พร้อมประชุมเชิงบูรณาการกับ กทพ. อย่างต่อเนื่อง ซึ่งระหว่างการก่อสร้างโครงการดังกล่าวยังมีช่องจราจร 12 ช่องจราจรเช่นเดิม (ทิศทางละ 6 ช่องจราจร) เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับผลกระทบน้อยที่สุด คาดว่าโครงการจะเสร็จเดือนสิงหาคม 2565
ส่วนอีกพื้นที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงพื้นที่โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ กม. 13+000 ของ ถนนพระราม 2 เชื่อมต่อกับโครงการก่อสร้างทางยกระดับ บนทางหลวงหมายเลข 35 ตอนทางแยก ต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ของกรมทางหลวง ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน เป็นจุดบรรจบกันของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกกับถนนพระราม 2 รูปแบบการก่อสร้างโครงการเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ซ้อนทับไปตามแนวเกาะกลางถนนพระราม 2 มาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นระยะทางประมาณ 11.6 กิโลเมตร จนถึงทางแยกต่างระดับดาวคะนอง หลังจากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวขวาเข้าซ้อนทับกับแนวทางพิเศษ เฉลิมมหานครเป็นระยะทางประมาณ 5.1 กิโลเมตร และมีสะพานขึงคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการที่ทางแยกต่างระดับบางโคล่ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ระยะทางรวมประมาณ 18.7 กิโลเมตร
ในวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว คาดว่าจะมีประชาชนใช้เส้นทางจำนวนมากและให้เตรียมความพร้อมจัดการจราจรในระหว่างการก่อสร้างไม่ให้เกิดผลกระทบการเดินทางและการจราจรบนถนนพระราม 2 ติดขัดเกินความจำเป็น เน้นย้ำปิดพื้นผิวการจราจรเฉพาะที่มีงานก่อสร้างเท่านั้น หลังวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เครื่องจักรจะทำงานต่อ โดยการก่อสร้างจะเริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 14 - 15 และ 18 - 20 บนถนนพระรามที่ 2 เป็นการเข้าพื้นที่หัว - ท้าย แล้วทยอยดำเนินการก่อสร้างไปทีละส่วน ทั้งนี้ ได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้เส้นทางทราบข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือช่วยความปลอดภัย สัญญาณไฟ ป้ายสะท้อนแสง ป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทาง แจ้งสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลาเพื่อช่วยลดผลกระทบการจราจรติดขัดระหว่างงานก่อสร้าง ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะทำให้การเดินทางระหว่าง กทม.ไปยังภาคใต้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น

