"สฤษดิ์" ส.ส.ปราจีนฯ แนะรัฐทบทวนงบของ ศธ. ชี้ ! ลดความซ้ำซ้อนการทำงานแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ย้ำ ! การศึกษาควรมีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ

"สฤษดิ์" ส.ส.ปราจีนฯ แนะรัฐทบทวนงบของ ศธ. ชี้ ! ลดความซ้ำซ้อนการทำงานแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ย้ำ ! การศึกษาควรมีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ

"สฤษดิ์ บุตรเนียร" ส.ส.ปราจีนฯ แนะรัฐทบทวนงบของ ศธ. ชี้ ! ลดความซ้ำซ้อนของการทำงานแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ย้ำ ! การศึกษาควรมีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ร่วมอภิปราย และหารือ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และเป็นเครื่องมือในการผลักดันนโยบายและมาตรการสำคัญต่าง ๆ ทั้งแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ สามารถขับเคลื่อนต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้ผลกระทบจากสถานการณ์ covid ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ที่รัฐบาลได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ อีกครั้งผลกระทบจากในยุคดิสรับชั่น จากความก้าวหน้าของระบบดิจิทัล ผลกระทบจากสงครามการค้า จึงกล่าวได้ว่า พระราชบัญญัติงบประมาณปี 2564 มีความสำคัญยิ่ง ต่อการท้าทาย เผชิญกับพฤติกรรมสังคมที่เปลี่ยนไปกับการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ การบริโภคการเรียนรู้ อีกทั้งประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ประชากรการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยขอหารือและอภิปราย ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2564 โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีงบประมาณสูงรองจากงบกลางถึง 358,000 กว่าล้านบาท โดยเน้นในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโดยสร้างจากโอกาสจากวิกฤตที่ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ จากสภาวะวิกฤตโควิด-19 โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา และพัฒนาคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทศวรรษที่ 21 ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 64 นี้ กำหนด 6 ยุทธศาสตร์ด้วยกัน โดยยุทธศาสตร์ ทั้ง 6 ด้านนี้ต้องพยายามใช้ เครื่องมือ โดย การศึกษาเป็นการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งกระทรวง ศึกษา ได้มี พันธกิจอยู่แล้วว่าเน้นเรื่องความเสมอภาค แต่ด้วยอุปสรรค และปัญหาในการจัดการศึกษา มีหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน มีผู้รับผิดชอบจำนวนมากกระจัดกระจาย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงศึกษา, กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์และวิจัยนวัตกรรม, กระทรวงมหาดไทย จึงทำให้ขาดการทำงานที่ต่อเนื่อง ทำให้งบประมาณซ้ำซ้อนขาดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ และมีหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอนการวัดผลที่ไม่สอดคล้องไม่ตอบสนองต่อยุคดิจิทัล งบประมาณที่ใช้กับครูบาอาจารย์นั้นไม่พอเพียง อีกทั้งเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และ อัตราการเกิดที่ลดลง สำหรับข้อเสนอแนะ ในการจัดสรรงบประมาณนั้น เห็นว่าในยุค covid นี้ สื่อออนไลน์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ด้วยความก้าวหน้าของดิจิทัลเป็นการเพิ่มโอกาส ขยายโอกาสและการสร้างโอกาส ให้กับทุก ๆ คน ได้ทำงานได้เรียนรู้ใน work at home และเสริมสร้างธุรกิจการค้า การศึกษานอกระบบ ไม่ว่าจะเป็น กศน. การศึกษาเอกชน หลักสูตรระยะสั้น ทำให้ทุกคนได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกโรงเรียนนั้น ให้ภาคเอกชน และราชการเข้ามามีส่วนร่วม ดังนั้น ขอเสนอว่า ถ้ารัฐให้ความจริงใจ ให้ความสำคัญ ให้ความเสมอภาค ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทั้งผู้ให้บริการ และผู้รับบริการ ควรจัดสรรงบประมาณในการที่จะนำมาพัฒนาทั้งการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ก็ประสบปัญหาอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องของเทคโนโลยี ผู้ใช้ และผู้ประสานงานที่จะนำมา เราเริ่มที่จะมาใช้กับเด็กนักเรียนในปัจจุบันนี้ ซึ่งวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ โรงเรียนก็เริ่มเปิดการศึกษา เราได้ประสบปัญหาหลายอย่างจากการใช้ออนไลน์ ซึ่งนำเข้ามาเป็นความจำเป็นในชีวิตอีกด้วย ดังนั้นจึงขอความอนุเคราะห์ ถ้ารัฐบาลมองเห็นความสำคัญจริง ควรลดความเหลื่อมล้ำในการให้จัดสรรงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็น เอกชนที่ดึงเข้ามาในการทำการศึกษา โดยเฉพาะระบบการศึกษานอกระบบ หลักสูตรระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร โรงแรม หรือวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งภาคเอกชนมีความชำนาญมีความสามารถอย่างเต็มที่ อีกครั้งจากการดำเนินงานของรายงานวิเคราะห์ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ จะเห็นว่า รัฐบาลได้ตัดงบพัฒนาการศึกษาของการเรียนปี 64 ออกไป แสดงให้เห็นถึงการขาดความประสบความสำเร็จ ซึ่งสะท้อนถึงอุปสรรคปัญหาในการบูรณาการ เพราะยุทธศาสตร์ของชาตินั้นไม่มีความชัดเจนที่จะใช้เป็นพิมพ์เขียวให้หน่วยงานต่าง ๆ ในการดำเนินการพัฒนาอย่างแท้จริง โดยแต่ละหน่วยงานก็ตั้งเป้าหมายที่แตกต่างกัน ขาดความสอดคล้องระหว่างยุทธศาสตร์ชาติ กับหน่วยงานที่มีข้อจำกัด เป้าหมายของกระทรวงก็ไม่สอดคล้องกัน ดังนั้น เรียนทางภาครัฐบาลได้โปรดมีการประสานงานและมีการบูรณาการโดยเฉพาะการศึกษา เราสามารถที่จะนำทรัพยากรต่างๆของหน่วยงาน โดยเฉพาะปัจจุบันนี้เป็นโลกของการศึกษา โลกของการเปลี่ยนแปลง ควรจะนำหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน เข้ามาบูรณาการสนับสนุนเสริมสร้าง เพราะปัจจุบันนี้การศึกษาใช้งบประมาณที่สูงมาก แต่ขาดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลที่สัมฤทธิผลไม่สอดคล้องกับงบประมาณของการดำเนินการ และแก้ไขปัญหา ในปัจจุบันนี้ ขอเรียนว่า งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการนั้น โดยเฉพาะของภาคเอกชนยังขาดความเสมอภาค ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และ ขาดความเป็นธรรมอยู่มาก จึงขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาล ให้เปลี่ยนทัศนคติว่า เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เข้ามาจัดการ และดำเนินการช่วยประเทศชาตินั้น ลดงบประมาณรายจ่ายที่ซ้ำซ้อน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศต่อไป