2 กรกฎาคม 2563 เวลา 13:22
"รมช.มนัญญา" พร้อมผลักดันสหกรณ์โคนมภูพานสกลนคร สู่ฟาร์ม GAP
วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานสหกรณ์โคนมภูพานสกลนคร จำกัด ณตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมการใช้ระบบตลาดนำการผลิตเพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และสินค้าล้นตลาด ดังนั้นสิ่งสำคัญคือเรื่องมาตรฐาน และการควบคุมคุณภาพน้ำนมดิบ ในเรื่องของการผลิตน้ำนมโค เพื่อผลิตนมโรงเรียน ทางสหกรณ์โคนมภูพานสกลนคร จำกัด นั้น ทำได้ดีอยู่แล้ว ขอฝากเรื่องการบริหารจัดการของสหกรณ์ภายในให้เข้มแข็ง ดูแลการจัดการ การบัญชีให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างสูงสุด รวมทั้ง การวางรูปการจัดตั้งฟาร์มโคนมให้ได้มาตรฐาน GAP คือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับฟาร์มปศุสัตว์ เริ่มตั้งแต่ระดับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อาทิ การจัดการระบบน้ำ โดยมีการจัดการระบบน้าที่ดี น้ำที่ใช้ภายในฟาร์มต้องสะอาด ถูกสุขลักษณะ ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมการจัดการของเสีย สิ่งปฏิกูล มูลสัตว์ น้ำทิ้ง และขยะต่าง ๆ ต้องผ่านการจัดการที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หรือก่อความรำคาญต่อผู้อยู่อาศัยข้างเคียง และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับการจัดการฟาร์ม เลี้ยงสัตว์ให้ได้มาตรฐาน และคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น
ในการนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เยี่ยมชมศูนย์วิจัย และบำรุงพันธุ์สัตว์สกลนคร โรงรวมนมรับน้ำนมดิบ โครงการตามพระราชดำริซึ่งมีการรับน้ำนมดิบทุกวัน โดยนมดังกล่าว สามารถขายได้ตลอดทั้งปี โดยในช่วงเปิดภาคเรียนรับนมดิบของสมาชิกนำไปแปรรูปเป็นนมพาสเจอไรซ์ ( Pasteurized Milk ) และช่วงปิดภาคเรียนส่งน้ำนมดิบจำหน่ายให้แก่เอกชนเพื่อผลิต และจัดจำหน่ายเป็นนมกล่อง U.H.T. ( Ultra High Temperature ) ภายใต้การดูแลคุณภาพ และการผลิต โดยกรมปศุสัตว์ รวมทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ และอบรมให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคนมเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการลดต้นทุน และการใช้ระบบตลาดนำการผลิตเพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และล้นตลาด อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
