15 กรกฎาคม 2563 เวลา 21:23
"ภราดร ปริศนานันทกุล" ส.ส.อ่างทอง วอน รัฐ เร่งดำเนินการแก้ปัญหาจัดการน้ำแล้งอย่างเท่าเทียม และอย่างยั่งยืน พร้อมเยียวยาเกษตรกรให้ตรงจุด
วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 ก.ค.) ทราบว่า จะมีจะมีการชุมนุมเพื่อสอบถามไปทางกรมชลประทาน สอบถามไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของสถานการณ์น้ำ ที่ทางชลประทาน และทางรัฐบาลได้ประกาศไว้ว่าเราเข้าสู่ฤดูของการเพาะปลูก ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม แต่จนกระทั่งขณะนี้ กลางเดือนกรกฎาคม แล้ว แต่น้ำในคลองชลประทานไม่มีเลย

จากนั้น จึงได้รีบไปพบพี่น้องประชาชน ไปพร้อมกับ ส.ส.กรวีร์ เพื่อไปสอบถาม และไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งพี่น้องได้ร้องเรียน และสอบถามไปยังกรมชลประทานว่า ชลประทานได้ประกาศอย่างที่บอกว่า เข้าสู่ช่วงของการเพาะปลูกแล้ว แต่ทำไมมาถึงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงที่ไม่สามารถจะเพาะปลูกได้ เพราะว่าน้ำกำลังจะมาแล้ว จึงไม่สามารถที่จะทำได้ แต่ทำไมน้ำถึงยังไม่มา
เกษตรกรหลายคน ได้ตั้งคำถามว่า มีการบริหารจัดการน้ำที่เท่าเทียมหรือไม่ ซึ่งท่านประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้มาตอบกระทู้ ว่า การบริหารจัดการน้ำนั้น ได้มีการสั่งการไปให้กับทางกรมชลประทาน เป็นหลักการที่ชัดเจนว่าการบริหารจัดการน้ำนั้นจะต้องบริหารจัดการอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ว่าจังหวัดหนึ่งจังหวัดใด จะได้รับน้ำมากกว่าจังหวัดหนึ่งจังหวัดใด พร้อม ๆ กันชลประทานก็ได้ชี้แจงในเขตพื้นที่เช่นเดียวกันว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างเท่าเทียม ปัญหาใหญ่ก็คือว่า ที่ไม่มีน้ำมาก็เพราะว่า น้ำต้นทุนจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์นั้น มีอยู่อย่างจำกัด สืบเนื่องจากเมื่อปี 62 และ 61 ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำที่เข้าสู่เขื่อนทั้ง 2 เขื่อนหลัก มีปริมาณน้อยมาก

ซึ่งชลประทานได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนอย่างนั้น พี่น้องประชาชนพอที่จะเข้าใจว่าปริมาณน้ำที่มีน้อยพอที่จะรับได้ แต่สิ่งที่จะรับไม่ได้ก็คือ ถ้าหากว่าจังหวัดหนึ่งจังหวัดใดมีน้ำ และจังหวัดตัวเขาไม่มีน้ำ นั่นคือปัญหาที่จะเกิดขึ้น กับการบริหารจัดการอย่างเท่าเทียม จะเกิดปัญหากับจังหวัดข้างเคียง ซึ่งเมื่อท่านรัฐมนตรีตอบ โดยคำสั่งที่ท่านบอกไปถึงกรมชลประทานนั้น ถือเป็นความเชื่อมั่น ทั้งนี้ เชื่อว่าชาวบ้านพร้อมที่จะรับฟัง

นอกจากนี้ พี่น้องประชาชน ยังได้ถามเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อสถานการณ์น้ำเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปกติพื้นที่ภาคกลางปีหนึ่งทำนาได้ 2 ครั้ง 2 ปี ได้ 5 ครั้ง แต่มารอบ 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีการทำนาสักครั้งเดียว ครั้งนี้ก็กำลังจะไม่ได้อีก และประกอบกับการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ช่วงที่ผ่านมา ก็ทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายปีเต็มที
เกษตรกร ยังได้สอบถามว่า ทางรัฐบาลจะมีแนวทาง มีวิธีการแก้ไข เยียวยาให้อย่างไร ไม่ใช่เงินจากการเยียวยาปัญหาเรื่องโควิด-19 ที่จ่ายเงิน 5,000 บาท แต่อย่างไรก็ตาม พี่น้องเกษตรกร ได้มีการลงมือทำการเกษตรในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวรอบนี้ไปบ้างแล้ว ทั้งพืชสวน พืชไร่ แล้วก็นา ประมาณ 60,000 - 70,000 ไร่ แต่ไม่มีน้ำ จึงทำให้ได้รับความเดือดเป็นอย่างมาก