23 กรกฎาคม 2563 เวลา 06:21
"ส.ส.ภราดร" เสนอญัตติด่วน ขอให้คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พิจารณาให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิตนักศึกษา รวมถึงพี่น้องประชาชน
นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติด่วน โดยสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ได้ร่วมกัน เสนอญัตติด่วนเรื่อง " ขอให้คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พิจารณาให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิตนักศึกษา รวมถึงพี่น้องประชาชน"
.
โดยญัตติด่วนดังนี้ " สืบเนื่องจากในปัจจุบันมีกลุ่มนักเรียนนิสิตนักศึกษา เยาวชน และประชาชนจำนวนมาก ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น และข้อเรียกร้องในประเด็นทางการเมือง ประเด็นทางสังคม และประเด็นทางสาธารณะกันอย่างกว้างขวาง และมีความหลากหลาย และในหลายกรณีนำไปสู่การจัดการชุมนุมเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อแสดงข้อเรียกร้อง หรือมีความประสงค์จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือทางสังคม โดยได้ดำเนินการจัดการชุมนุมในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่เป็นสาธารณะ และทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการแสดงความคิดเห็น และข้อเรียกร้อง รวมทั้งการจัดการชุมนุมดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารประเทศได้นำไปพิจารณาดำเนินการเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ อีกทั้งการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน เป็นเสรีภาพสำคัญ ในฐานะกลไกสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐจะต้องให้การรับรองคุ้มครองให้สามารถกระทำได้ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเห็นควรที่จะต้องดำเนินการให้มีการรับฟังความคิดเห็นโดยเร่งด่วน ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน และเป็นกรณีที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมให้พิจารณาส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนพิจารณาศึกษา เรื่อง การให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 49 และข้อ 50 "

อันดับแรกขอแสดงความชื่นชม พร้อม ๆ กับเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ นักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่ได้ร่วมกันชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงที่มีการชุมนุมกันก่อนที่จะเกิดสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ชื่นชมในความกล้าหาญ กล้าคิด กล้าแสดงออก นี่เป็นวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น เราอดไม่ได้ที่จะต้องให้ผู้คนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาสู่สาธารณะ ตราบใดก็ตามที่การแสดงออกถึงความคิดเห็นของคน หรือบุคคลนั้น ๆ ไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิของผู้อื่น หรือไม่กระทบกระเทือน หรือไม่ไปขัดต่อหลักของกฎหมาย นั่นย่อมเป็นสิทธิ และเสรีภาพขั้นต้นที่ประชาชนในประเทศ ที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยทั่วไปสามารถที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นในอันดับต้น ขอแสดงความชื่นชมกับน้อง ๆ นักศึกษารวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ได้เดินหน้าออกมาแสดงความคิดเห็น และแสดงจุดยืนของตัวเอง ในประเด็นทางการเมืองต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องไปทางผู้ถืออำนาจรัฐ ซึ่งสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้แสดงออก ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน รัฐบาลในฐานะผู้ปกครองประเทศควรที่จะเปิดช่อง พร้อม ๆ กัน เปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีความคิดเห็นในทุกรูปแบบได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างเป็นอิสระ นั่นคือหน้าที่ของรัฐ นอกจากการเปิดโอกาสการให้เสรีภาพในการแสดงออกถึงความคิดเห็นแล้ว การเปิดโอกาส และการให้เสรีภาพไม่เพียงพอ ต้องสร้างบรรยากาศให้กับผู้ที่ออกมาเรียกร้องรู้สึกว่าพวกเขามีความปลอดภัย และทำให้เขารู้สึกว่าเขาอยู่ในประเทศนี้ ภายใต้กฎหมายเดียวกันได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้น รัฐบาลต้องรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเรียกร้องอย่างเป็นเหตุ เป็นผล รัฐบาลต้องไม่มีอคติกับกลุ่มที่จะมาชุมนุมเรียกร้องต่าง ๆ รัฐบาลไม่ควรที่จะผลักดัน หรือผลักไสให้กลุ่มที่มีความคิดเห็นตรงกันข้ามกับรัฐบาล ไปเป็นพวกที่มีความเห็นต่าง หรือผลักให้ไปอยู่คนละพวก ไปยืนอยู่คนละมุม เพราะนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้น จะเป็นไม้ขีดไฟก้านแรก ที่นำพาไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นในสังคม
.
ในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของประเทศ มีหลายครั้งหลายหนที่ประเทศมีการชุมนุม และเดินหน้าไปสู่การใช้ความรุนแรง ประวัติศาสตร์แต่ละครั้งแต่ละหน ควรที่จะเป็นบทเรียน เป็นตำรา เพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายนำบทเรียนต่าง ๆ เหล่านั้นไปเรียนรู้ และที่สำคัญต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก เราจะเห็นว่าเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ไม่เคยหายไปจากสังคมไทย เพราะว่ากลุ่มผู้มีอำนาจ และกลุ่มฝ่ายผู้ชุมนุม เราไม่เคยหยิบเอาประวัติศาสตร์มาเรียนรู้ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ไม่ได้แตกต่างกันเลยครับ กงล้อของประวัติศาสตร์กำลังจะหมุนทับรอยเดิมของมันเรื่อย ๆ ทุกคนไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเมื่อมีการชุมนุม และมีเหตุการณ์การปะทะกัน เผชิญหน้ากัน ไม่มีฝ่ายใดที่ชนะ ทุกฝ่ายพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเป็นทางฝ่ายของผู้กุมอำนาจรัฐ ฝ่ายของผู้ชุมนุม และที่สำคัญผู้แพ้มากที่สุด ก็คือ ประเทศชาติ เสียหาย และพ่ายแพ้
ทันทีที่ฝ่ายผู้มีอำนาจตัดสินใจเริ่มคิดที่จะใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม วินาทีนั้นเป็นวินาทีสุดท้าย และเป็นจุดจบของรัฐบาลทุกชุด หากย้อนหลังดูเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, 6 ตุลาคม 2519, การชุมนุมปี 2535, การชุมนุมของกลุ่มเสื้อเหลือง, การชุมนุมของพี่น้องกลุ่มเสื้อแดง ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น วินาทีที่รัฐบาลตัดสินใจที่จะลงมือกับพี่น้องประชาชน นั่นคือจุดจบของรัฐบาลชุดนั้น ๆ ผู้นำรัฐบาลจะแปลงร่างทันที จากวีรบุรุษกลายเป็นทรราชในช่วงเสี้ยววินาที ฝ่ายพี่น้องประชาชน ฝ่ายผู้ชุมนุม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้ชุมนุม และสิ่งที่พี่น้องประชาชนไม่ปรารถนาความ ก็คือ ความสูญเสีย ชัยชนะที่แลกมาด้วยคราบน้ำตา และรอยเลือด ไม่ใช่ชัยชนะ ผู้เสียชีวิตอาจจะถูกเรียกว่าตัวเองเป็นผู้เสียสละ อาจจะถูกเรียกว่าเป็นวีรชน แต่สุดท้ายแล้วคนที่อยู่บนเวที คนที่เป็นแกนนำไม่เคยเป็นวีรชนและไม่เคยเป็นผู้เสียสละ นั่นหมายความว่า คนที่เป็นแกนนำ ไม่เคยสูญเสียชีวิต แต่ผู้สูญเสียชีวิตคือผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ด้านล่างเวทีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกลุ่มของผู้ชุมนุม เรามีประวัติศาสตร์ให้เห็นแล้วทุกครั้ง ไม่ต้องพูดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นในส่วนของประเทศชาติ เราเสียหาย และเป็นรอยบาดแผลทางประวัติศาสตร์ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์นั้น ด้วยเหตุนี้ จึงต้องวอนทางรัฐบาล พร้อมทั้งวิงวอนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนิสิต นักศึกษา หรือพี่น้องประชาชนก็แล้วแต่ ว่าวิธีการดีที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ เราต้องใช้สันติวิธี จึงเป็นที่มาของญัตติของพรรคภูมิใจไทยวันนี้

พวกเราอยากจะเห็นถึงสันติวิธี อยากจะเชิญชวนทุกฝ่าย อยากจะรับฟังทุกฝ่าย แล้วใช้เวทีสภาแห่งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น และคิดว่าอาจจะมีโอกาสบานปลายในวันข้างหน้า โดยวัตถุประสงค์หลักก็คือ เราตั้งใจ และเราพร้อมที่จะเปิดรับฟังทุกความคิดเห็น ของทุกกลุ่มที่มีการชุมนุมเรียกร้อง นอกจากรังฟังแล้ว เราพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมกันในประเด็นที่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้
โดยวันนี้ ได้ฟังข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา ที่ได้ชุมนุมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข้อเรียกร้องของกลุ่มมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ
ข้อแรก) ขอให้งดใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนในทุกรูปแบบ พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าพรรคพูดเป็นนโยบายของพรรค ว่า พวกเราไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ พวกเราพร้อมที่จะยืนหยัดอยู่ข้างกับคนที่ถูกรังแกและถูกใช้ความรุนแรง พวกเราเรียกร้องให้ใครก็ตามที่ดำเนินการใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ต้องรับผิดชอบกับการกระทำ เรียกร้องไปทางรัฐบาลเพื่อที่จะให้หาคนผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ข้อสอง) เรื่องการยุบสภา ซึ่งประเด็นนี้ต้องพูดคุยกัน ในระบอบประชาธิปไตย การยุบสภาถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะทำได้ พรรคภูมิใจไทยไม่กลัวกับการยุบสภา เราพร้อม แต่ถ้าถามว่า หากยุบสภาตามข้อเรียกร้องวันนี้ สิ่งที่ได้ คืออะไร สิ่งที่ได้ คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่างที่น้อง ๆ เยาวชนนักศึกษา เขาเรียกร้อง เขาอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างที่เขาต้องการเช่นนั้นหรือ ซึ่งคิดว่าไม่น่าใช่ น่าจะเป็นเพราะกติกาบ้านเมือง รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ องค์ประกอบ องคาพยพภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เอื้ออำนวยอย่างนั้น จึงเดินทางมาถึงข้อเรียกร้องข้อที่ 3 ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วย และพร้อมที่จะเดินหน้าพร้อมกันกับทุกฝ่าย เพื่อทำให้สำเร็จ นั่นก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่สมาชิกการทำอยู่ขณะนี้ ไม่เห็นช่องทางที่จะเดินหน้าสู่การแก้ไขและธรรมนูญ

ทั้งนี้ ต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มพี่น้องผู้ชุมนุม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างที่ได้เรียนเมื่อสักครู่ พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกัน แล้วเราไม่ปฏิเสธในทุก ๆ แนวทาง เชื่อครับว่าประชาธิปไตยในแบบที่ทุกคนปรารถนา คือประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน จะเป็นประชาธิปไตยเช่นนั้นได้ กติกาของบ้านเมืองจะต้องเป็นประชาธิปไตยก่อน กติกาของบ้านเมืองจะต้องเป็นของประชาชน ให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม กับการร่างกติการ่วมกันของประเทศ ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดที่ใช้ปกครองคนไทยทั้งชาติ เรามีเพียงรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เท่านั้น ที่เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับอื่น เกิดขึ้นจากกลุ่มคนผู้มีอำนาจร่างขึ้นมาเท่านั้น จึงได้มีปัญหาต่อเนื่องและยาวนาน ถึงเวลาแล้วที่ต้องมาสังคายนาร่วมกันเปิดช่องทางเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ กุญแจดอกแรกอยู่ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ถ้าทุกคนเห็นพ้อง หลังจากที่ตั้งกรรมาธิการชุดนี้แล้วก็ไปปรึกษาหารือกันว่า จะแก้ไขปัญหากันอย่างไร นอกจากรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาแล้ว ต้องมาช่วยกันดูในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 256 จะเป็นกุญแจดอกแรกที่นำไปสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน และมาตั้ง สสร. โดยมาจากพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน มาจากการเลือกตั้งหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มาพูดคุยกัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเขียนกติกาของประเทศแล้วใช้ร่วมกัน นั่นคือการสิ้นสุดของการเริ่มต้น และจะเป็นจุดเริ่มต้นของประเทศไทย ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน แล้วจะเดินหน้าไปด้วยกัน
แม้ว่าญัตติที่เสนอนี้ เพื่อที่จะส่งให้ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองไปพิจารณา และไปรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาต่อ แต่เมื่อมีเสียงทักท้วงมาจากหลายฝ่ายว่า อยากจะให้ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยในญัตติของท่าน ดร.อิสระ ก็ไม่ขัดข้อง ทั้งนี้ก็พร้อมที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะไปรับฟังความคิดเห็นเช่นเดียวกัน ส่วนในประเด็นที่หลายท่าน ได้นำเสนอว่า ให้ส่งการอภิปรายครั้งนี้ส่งต่อไปให้กับกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าในแต่ละญัตติ ที่ได้เสนอเข้ามาไม่มีญัตติใดเลย ที่เสนอให้คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปศึกษาดูต่อ เพราะฉะนั้น ในประเด็นนี้ คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ประเด็นที่จะเป็นไปได้ ก็คือ จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญโดยใช้ ร่างของดร.อิสระ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ขัดข้อง แต่มีข้อแม้ว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ จะต้องมีสัดส่วนของคนนอกเข้ามาด้วย ซึ่งการที่จะพูดคุย หารือกันในประเด็นต่าง ๆ การที่เราจะรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ควรมีคนนอกเข้ามามีส่วนร่วม ที่มีการเรียกร้องเข้ามาเป็นสัดส่วนของกรรมาธิการคนนอก ร่วมหารือด้วย ซึ่งนี่คือข้อเรียกร้อง ว่าควรจะเอากรรมการคนนอกด้วย โดยหวังว่า กรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้น จะทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ในการที่จะรับฟังพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศในขณะนี้
