"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวบรรยายพิเศษในงานสัมมนา “ลงทุน 2020 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างชาติ สร้างงาน”

"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวบรรยายพิเศษในงานสัมมนา “ลงทุน 2020 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างชาติ สร้างงาน”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวบรรยายพิเศษในงานสัมมนา “ลงทุน 2020 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างชาติ สร้างงาน” เนื่องในโอกาสเข้าสู่วาระปีที่ 43 ของสำนักพิมพ์มติชน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงานสัมมนาฯ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ณ โรงแรมพลูแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอนาคตให้กับประเทศไทย ภารกิจของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย การพัฒนา 4 มิติ คือ การพัฒนาระบบคมนาคมทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล เพื่อให้การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และมุ่งเน้นสนองตอบความต้องการของประชาชน อยู่บนหลักการความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้ดำเนินการเร่งแก้ไขปัญหาที่คั่งค้าง และมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างล่าช้าที่ส่งผลต่อการจราจร (ถนนพระราม 2) การจ่ายค่ากรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี การแก้ไขปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากยานพาหนะ ลดมลพิษ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมความปลอดภัยบนทางหลวง ด้วยการนำยางพารากว่า 1 ล้านตัน มาเป็นส่วนผสมในการผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้กว่า 30,000 ล้านบาทสู่เกษตรกร และในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 กระทรวงฯ ยังคงเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยไม่ให้ชะงัก โดยดำเนินการก่อสร้างโครงการด้านคมนาคม เพื่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการคุมเข้มมาตรการควบคุม COVID-19 กำหนดมาตรการคัดกรอง รักษาความสะอาดในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร ปัจจุบันกระทรวงฯ มีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ 1. พัฒนาโครงข่ายถนนทั่วประเทศเพื่อเชื่อมโยงแหล่งเกษตรกรรม แหล่งท่องเที่ยว แหล่งอุตสาหกรรม เกิดการเชื่อมโยงความเจริญสู่หมู่บ้าน ชุมชน ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย เช่น การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) 5 เส้นทาง อาทิ สายพัทยา - มาบตาพุด ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้มีการทดสอบระบบก่อนเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบภายในปี 2563 สายบางปะอิน - นครราชสีมา และสายบางใหญ่ - กาญจนบุรี เป็นต้น เป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งสินค้าเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวม เชื่อมโยงแหล่งผลิตเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เข้าสู่ผู้บริโภค และตลาดต่างประเทศ ช่วยลดอุบัติเหตุ และลดการลงทุนภาครัฐในระยะยาว 2. ยกระดับระบบรางสร้างมาตรฐานไทยสู่สากล เพิ่มการขนส่งทางราง 30% โดยมีโครงการสำคัญ คือ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง และพัฒนาให้เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ - นครราชสีมา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นอกจากนี้ การพัฒนาระบบรางในอนาคตจะต้องบูรณาการร่วมกับมอเตอร์เวย์เพื่อให้ระบบการเดินทางทางบกและทางรางพัฒนาคู่กัน และได้เร่งก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อให้เป็นศูนย์กลางระบบคมนาคมของประเทศไทย พัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 14 สายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้แก่ รถไฟชานเมืองสายสีแดง รถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) รถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง การพัฒนาระบบรางขนส่งสาธารณะตามเมืองหลักในภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา อุดรธานี พิษณุโลก และภูเก็ต เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง กระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าของประเทศ และเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ 3. เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการคมนาคมทางน้ำ เร่งพัฒนาท่าเทียบเรือ ทั้งท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ ท่าเทียบเรือน้ำลึก เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือระนอง การพัฒนาเส้นทางเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน โดยการสร้างสะพานเศรษฐกิจ (Land Bridge) ใช้มอเตอร์เวย์กับรถไฟทางคู่เชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึก ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสร้างความเจริญให้กับประเทศไทย ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน 4. ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการของท่าอากาศยาน ได้แก่ การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 การเร่งเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา การปรับปรุงท่าอากาศยานภูมิภาคทั่วประเทศ เช่น ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี และนราธิวาส เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาบุคลากรด้านการบิน และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์ซ่อมและบำรุงอากาศยานมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและผลักดันให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการค้าและการลงทุนของประเทศไทย กระทรวงคมนาคมพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยเพื่อก้าวผ่านวิกฤต ก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ สร้างความสุขทุกการเดินทางให้ประชาชนคนไทยทุกคน