24 กรกฎาคม 2563 เวลา 07:23
"กรวีร์ ปริศนานันทกุล" ส.ส.อ่างทอง หนุน !! ญัตติที่พรรคภูมิใจไทย เสนอให้พิจารณารับฟังความคิดเห็นของนักเรียน-นิสิต-นักศึกษา ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง ได้กล่าวขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้เห็นความสำคัญ และรัฐสภาแห่งนี้ได้บอกกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า เราเห็นความสำคัญ และเรารู้ว่าเสียงของคนรุ่นใหม่นั้นมีคุณค่า และเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลและรัฐสภาแห่งนี้จำเป็นที่จะต้องมารับฟังความคิดเห็น และต้องมาพิจารณาว่าจะช่วยกันเพื่อที่จะหาทางออก และก้าวเดินต่อไปในประเทศไทยของพวกเราต่อไปอย่างไร

ทั้งนี้ ขออภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนญัตติที่พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติด่วนต่อท่านประธานรัฐสภาประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้พิจารณารับฟังความคิดเห็นของเยาวชน นิสิต นักศึกษา ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ขอชื่นชมน้องเยาวชนนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ได้แสดงให้เห็นถึงพลังที่บริสุทธิ์ของนักศึกษา ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เขาแสดงให้เห็นความเคลื่อนไหวที่เปี่ยมไปด้วยพลัง และมันมีความหมาย ทรงพลังต่อประเทศนี้มากเหลือเกิน ที่เขาเหล่านั้นออกมาเคลื่อนไหว ก็เพื่อที่จะบอกกับรัฐบาล เพื่อที่จะกระตุ้นเตือนรัฐบาล และผู้มีอำนาจ ว่า พวกเราอยู่ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราไม่ได้อยู่ในการปกครองในระบอบเผด็จการอีกต่อไปแล้ว แล้วมาบอกกับรัฐบาลว่า เสียงของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใด ในระบอบประชาธิปไตยนั้น ทุกเสียงมีความหมาย มีคุณค่า และมีความสำคัญ เขาออกมาเพื่อจะบอกว่า ประเทศนี้มีพื้นที่สำหรับคนที่เห็นต่างเสมอ พวกเราอยู่ในฐานะของคนที่เป็นสภาผู้แทนราษฎร พวกเรามีหน้าที่ที่สำคัญ และสภาทรงเกียรติแห่งนี้มีหน้าที่ที่สำคัญ ที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา เยาวชน ของคนรุ่นใหม่ ที่เขาออกมาเคลื่อนไหว ที่เขาเรียกร้องนั้นมีเพียง 3 ประเด็น คือ 1) หยุดเรื่องของการคุกคามเรื่องของการใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน 2) เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และ 3) ประการสุดท้าย เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ในฐานะของคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้นั้น เราอยากจะทราบว่า ที่เขาเรียกร้องเพื่อให้หยุดการคุกคาม เรียกร้องเพื่อไม่ให้ใช้ความรุนแรงนั้น เพราะว่ารัฐ ไปใช้ความรุนแรงกับเขาอย่างไร รัฐส่งจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจรัฐไปคุกคามเยาวชน นักศึกษา ประชาชนอย่างไร เพื่อที่จะนำไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะไปสร้างความเป็นธรรม และไปหยุดการคุกคาม และหยุดการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรมนั้น เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

เรื่องของการยุบสภา เหตุผลที่เขาเรียกร้องให้เกิดการยุบสภานั้น สาเหตุมาจากอะไร มาจากการที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศแล้วไม่ได้ประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ไม่มีผลงาน เกิดจากการที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศแล้วล้มเหลว หรือผิดพลาดประการใด มีความคิดเห็นอย่างไร ที่อยากจะให้รัฐบาลนั้นนำไปปรับปรุง และไปทำให้ดีขึ้นจะไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ตนเองก็อยากฟัง
ประการสุดท้าย เป็นการเรื่องของการเรียกร้องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายคนนั้นเห็นด้วย ส่วนตัวก็เห็นด้วย ก็อยากจะฟัง ในมุมมองของนักศึกษา เยาวชน เขามองรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร มีรากเหง้ามาจากระบอบเผด็จการ ไม่เป็นระบอบประชาธิปไตยตรงไหนอย่างไร ตนก็อยากที่จะรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา ของปัญญาชน ของคนรุ่นใหม่ บางทีมันอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างจากผู้บริหารประเทศมองก็ได้
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่พวกเราเองจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน นักศึกษา และอาจจะไม่เห็นด้วยในบางประการ ซึ่งเห็นด้วยในหลายประการ และเห็นต่างในบางประเด็น แต่ไม่ว่าจะเห็นด้วย หรือ เห็นต่างอย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่พวกเราจำเป็นที่ต้องเห็นตรงกันก็คือ เยาวชนเหล่านี้เขามีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และเราจำเป็นที่ต้องเปิดพื้นที่ให้เขาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ภายใต้กรอบของกฎหมายด้วย นั่นคือการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

สิ่งที่จะฝากไปถึงรัฐบาลมีด้วยกัน 3 ประเด็น คือ
ประเด็นแรก) ทัศนคติของรัฐบาล ของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มองเยาวชน อย่าไปดูถูกพวกเขา อย่าไปมองว่าเขาเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน อย่าไปมองว่าพวกนี้เป็นม็อบมุ้งมิ้ง อย่าไปมองว่าพวกเขาไม่มีราคา อย่าไปด้อยค่าพวกเขา เขาเหล่านี้คือกำลังหลักของประเทศไทย ไม่ใช่ในอนาคต แต่แต่มองว่า เยาวชนคือกำลังหลักในปัจจุบัน ที่รัฐบาลจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นท่านอย่าไปดูแคลนเขา และอย่าไปมองคนเห็นต่าง และผลักเขาให้กลายเป็นศัตรู
ประการที่ 2) อย่าไปปิดกั้นเขา ผมว่าวิงวอนผ่านไปยังถึงมหาวิทยาลัยแต่ละสถานที่แต่ละแห่งครับนักศึกษาเริ่มจะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเริ่มจะออกมาแสดงความคิดเห็น โดยใช้สถานที่ของราชการก็คือ มหาวิทยาลัยท่านอย่าได้ไปปิดกั้น อย่าได้ไปห้ามปราม อย่าไปใช้กำลัง ใช้ความรุนแรงกับนักศึกษาเหล่านี้ ยอมรับฟัง และเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรง
ประการที่ 3) ฝากให้รัฐบาลออกไปรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน ของคนรุ่นใหม่ ของนักศึกษา ที่เวทีเขา หรือจะเชิญเขามาที่นี่ แต่เราจำเป็นที่จะต้องรับฟัง และท้ายที่สุดที่อยากจะฝากท่านประธาน โดยเชื่อว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคน ไม่มีใครอยากที่จะต้องเห็นคนติดคุก หรือคนที่ต้องตาย เพราะความเห็นต่างทางการเมืองในยุคนี้
