"ศุภชัย ใจสมุทร" อภิปราย ร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง ห่วงเรื่องการทำงานที่อาจจะล่าช้า

"ศุภชัย ใจสมุทร" อภิปราย ร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง ห่วงเรื่องการทำงานที่อาจจะล่าช้า

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563  นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมสภา ว่า เบื้องต้นได้ศึกษาเรื่องร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และยินดีที่จะรับหลักการ แต่สิ่งที่อยากจะเสนอมากกว่านี้คือ เมื่อท่านได้นำเสนอมา และเห็นว่าสิ่งที่ตุลาการเจ้าของสำนวนมีภาระหน้าที่ที่จะต้องไปเข้าประชุม ในที่ประชุมใหญ่ เป็นงานนอกเหนือหน้าที่ประจำที่ท่านต้องทำอยู่ และจำเป็นที่จะต้องมีเบี้ยเลี้ยง ก็ยินดีที่จะสนับสนุน ในขณะเดียวกันก็คิดว่าในกรณีของศาลปกครองชั้นต้น ถ้าท่านต้องมีภาระหน้าที่เช่นเดียวกัน และกฎหมายให้อำนาจในการที่จะออกข้อบังคับ หรือออกระเบียบเพื่อที่จะจ่ายเบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุมให้ ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่สิ่งที่พึงจะต้องให้ เรียนท่านประธานไปยังตัวแทน หรือผู้แทนของศาลปกครองสูงสุด เรื่องที่เป็นห่วงก็คือ จากที่ได้ดูรายงานเอกสารประกอบ พบว่าสิ่งที่เป็นเรื่องใหญ่สำคัญ และน่าจะวิตกสำหรับประเทศไทยก็คือ สิ่งที่อยู่ในมือท่านตอนนี้คือสำนวนคดีที่ค้าง และทบมาเรื่อย ๆ วันนี้มีจำนวนมากมาย และเมื่อเทียบกับจำนวนของตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่มีอยู่ 51 ท่าน คดีที่ค้าง และคดีที่เข้ามาใหม่เป็นระยะ ท่านจะบริหารจัดการคดีอย่างไร ในการที่จะทำให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อยากทราบว่าท่านมีกระบวนการเรื่องของ KPI อย่างไร มีกำหนดระยะเวลาว่าคดี ที่อยู่ในมือของตุลาการแต่ละท่าน นับตั้งแต่เริ่มรับสำนวนคดีเข้ามาในชั้นของท่าน ซึ่งไม่พูดถึงศาลชั้นต้น ว่าในที่สุดแล้วคดีแต่ละคดีควรที่จะเข้าสู่จุดหมายปลายทาง คือ มีการวินิจฉัยมีคำพิพากษา ระยะเวลาสักเท่าไร มั่นใจว่า เราเองเคารพในความเป็นอิสระของตุลาการอยู่แล้ว คงไม่เข้าไปดูว่าคดีตัดสินมาแล้วควรจะมีประสิทธิภาพในเชิงความยุติธรรมอย่างไร แต่มีความเป็นห่วงเรื่องการทำงานที่อาจจะล่าช้า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วซึ่งผมก็สนับสนุนแนวคิดท่านก็คือว่า คดีไม่ควรที่จะล่าช้า นักกฎหมายทราบดีว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม หรือความไม่ยุติธรรม มันก็เป็นความจริง หลายคดีที่ผ่านมาเราพบว่าศาลปกครองสูงสุดท่านได้ตัดสินคดี ซึ่งขอชื่นชมที่ท่านได้วินิจฉัยตัดสินที่ดี มีประสิทธิภาพ ก็คือเรื่องอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดท่านหนึ่งในภาคเหนือ ที่ถูกหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย ได้มีการปลดออกจากราชการ เหตุผลเรื่องของถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตโดยป.ป.ช. และท่านก็ได้วินิจฉัยยก ทำให้ได้พิพากษาแล้วว่าเป็นผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เป็นผู้บริสุทธิ์ วันนี้ท่านเกษียณอายุไปแล้ว การเยียวยาไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ ก็คือให้ผู้ว่าฯคนนั้น กลับไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น มีโอกาสขึ้นถึงปลัดกระทรวงก็ได้ แต่ความล่าช้าของกระบวนการทำให้บางอย่างสายไป   ทั้งนี้ คือความเป็นห่วงว่า วันนี้ท่านจะบริหารจัดการอย่างไร ที่จะทำให้ท่านสามารถที่จะทำงานมีประสิทธิภาพ เรื่องบางเรื่องก็ต้องฝากท่านด้วยว่า ถ้าท่านมีมุมมองว่าคู่ความทั้งผู้ฟ้องคดี และผู้ถูกฟ้องคดี คือลูกค้า ของท่าน เพราะฉะนั้นการบริการลูกค้าเป็นเรื่องจำเป็น การบริการที่ฉับไว ทั้งผู้ฟ้อง และผู้ถูกฟ้อง ก็คงยินดีที่จะรับบริการที่รวดเร็วไม่ต่างกัน หลายเรื่องหลายราว เรามีความรู้สึกว่าทำไมถึงช้า ฟ้องไปตั้งแต่ปี 60 ตอนนี้ 63 - 64 แล้ว ยังอยู่ศาลชั้นต้น ยังอยู่กับที่ ที่แย่กว่านั้นคือ พอเข้าไปสู่ในมือท่าน ไม่มีวิธีพิจารณาอะไรเลย ที่มีการติดต่อกับลูกค้าว่าตอนนี้ข้าพเจ้า เจ้าของสำนวนคำขั้นตอนนี้อยู่ ท่านอาจจะบอกเขาหน่อยก็ดี เขาจะรู้สึกอบอุ่น แต่ว่าตอนนี้กระบวนการเข้าไปอยู่ในมือท่านกลับหายไปเลย จึงไม่ทราบว่าขั้นตอนอยู่ที่ไหน อย่างไร อันนี้พูดแม้กระทั่งศาลปกครองชั้นต้น ไม่มีการทราบเลยว่า การดำเนินคดีอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว ท่านอาจจะบอกมาครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีที่ แล้วตรงนี้ก็ย้อนกลับมาว่า KPI คือในที่สุด เมื่ออยู่ในมือแล้ว ควรจะอยู่ในมือสักกี่วัน กี่เดือน เรื่องบางเรื่องเร็วได้ไหมเรื่องบางเรื่องช้า แต่เรื่องบางเรื่องท่านก็วินิจฉัยได้เร็ว ยกตัวอย่างชื่นชมท่าวินิจฉัยได้เร็ว อย่างคดีล่าสุด เรื่องโฮปเวล ท่านวินิจฉัยเร็ว แต่บางทีเร็วแล้วมันดีหรือเปล่าก็ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องเรียนและฝากท่านไป วันนี้ท่านมาขอเรื่องเบี้ยประชุม ซึ่งผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าท่านต้องทำงานหนัก ผมก็ยินดี ถ้าท่านต้องไปประชุมใหญ่ และท่านต้องประชุมนอกจากภาระหน้าที่อันเป็นประจำทุกท่านผมสนับสนุน ผมยินดีที่จะสนับสนุนท่านในวาระต่อไป เพียงแต่ฝากเรื่องเมื่อสักครู่ไปยังท่าน ได้โปรดได้มีโอกาสได้พูดคุย เพื่อจะทำการพัฒนา อันเป็นประโยชน์กับประชาชน