29 กรกฎาคม 2563 เวลา 17:23
"พญ.เพชรดาว" ตั้งข้อสังเกต และเสนอแนะ ถอดบทเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน ในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด เพราะมีบริบทที่ต่างกัน ชี้ ! ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย อภิปรายเรื่อง ความปลอดภัยทางถนน และคมนาคม ซึ่งเห็นด้วยเกือบทุกข้อเสนอแนะในทุกด้านของรายงานฉบับนี้
พญ.เพชรดาว ยกคำกล่าวของท่านผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกปี 2013 ในเรื่องราวความสำเร็จเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน ที่กล่าวไว้ว่า " เจตจำนงทางการเมืองในระดับสูงที่สุดของรัฐบาลนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนำไปสู่กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนที่เหมาะสม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้น ครอบครัว และชุมชน ก็จะยังคงเผชิญกับความเศร้าโศก และระบบสุขภาพจะต้องแบกรับภาระของการบาดเจ็บ และพิการเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนต่อไป "

โดย ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงคำกล่าว กับบริบทของประเทศไทย 3 ข้อ คือ
ข้อแรก) เจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลในเกือบทุกยุคทุกสมัย มีนโยบาย มีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ทั้งเรื่องเมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ รวมถึงจุดบริการต่าง ๆ ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลวันหยุดยาว แต่เท่าที่สังเกตเมื่อมีการรณรงค์ มีการปูพรมทำเหมือนกันทั้งประเทศ
เคยหรือไม่ที่มีการวิเคราะห์ถอดบทเรียนในแต่ละจังหวัด เพราะบริบทของแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน การเกิดอุบัติเหตุจุดไหนบ้าง ถนนไหนบ้าง ถนนหลักหรือถนนรอง พาหนะที่ใช้ในแต่ละจังหวัดของทั้งประเทศไทย มีทั้งซาเล้งโชเล่ ซึ่งมีความแตกต่างกัน ช่วงเวลาไหนบ้างที่เกิดเหตุบ่อยในแต่ละพื้นที่ กลางวัน กลางคืน หรือช่วงเวลาไหนมากที่สุด ไม่ใช่ทำกันเหมือน ๆ กันทั้งประเทศไทย และในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งปัตตานี ยะลา นราธิวาส ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ฉะนั้นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว เช่น วันสงกรานต์ จะรณรงค์เรื่องของการเมาไม่ขับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งการดื่มเหล้านั้นค่อนข้างน้อย ฉะนั้นสิ่งที่ต้องเด่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรจะเป็นเรื่องของยานพาหนะที่ปลอดภัย ถนน และสิ่งแวดล้อมมากกว่าเรื่องของการรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับ อีกทั้งยังมี วัว ควาย แกะ และแพะ เต็มตามท้องถนน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ จุดตรงนี้ ควรที่จะมีการถอดบทเรียนจริง ๆ ว่าในแต่ละจังหวัดนั้นต้องมีมาตรการเรื่องความปลอดภัยทางท้องถนนนั้นอย่างไรบ้าง

ประเด็นที่สอง ) เรื่องของการนำไปสู่กฎหมายด้านที่ 2 ในข้อเสนอแนะ ขอชื่นชมและสนับสนุน ในการที่จะเสนอให้มีการร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ.....เพื่อเร่งรัดเปิดทำการแผนกคดีจราจรในศาลแขวง และศาลจังหวัด และยังสนับสนุนให้เร่งรัดการปรับปรุงกฎหมาย 2 ฉบับคือพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522 และราชบัญญัติการขนส่งทางบก 2522 เข้าเป็นฉบับเดียวกัน
ประเด็นที่สาม) คิดว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในความคิดเห็น คือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กฎหมายบ้านเราดีทุกฉบับ แต่การบังคับใช้ยังคงเป็นหลายมาตรฐานอย่างที่เป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมาไม่ขับ ตอนนี้มีประเด็นเมาหลังขับมาอีก ก่อนหน้านี้ มีการรณรงค์เรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัย แต่มาช่วงหลังไม่ค่อยจับ ซึ่งจะผิดกับเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย ที่ขึ้นรถแล้วผู้โดยสารจะคาดเข็มขัดทันที เขามีจิตสำนึก แต่ถ้าเป็นประเทศไทย จะคาดเข็มขัดก็ต่อเมื่อบอกว่าข้างหน้ามีด่านตรวจ จึงวิเคราะห์ว่า ทำไมเขาถึงไม่ต้องมีตำรวจมาจับ ไม่ต้องมีใครมาสอดส่อง เขาก็พร้อมที่คาดเข็มขัดนิรภัย จึงขอสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ข้อหนึ่ง ที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการ มีหลักสูตรการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยในการเรียนการสอน แต่จะทำอย่างไรให้เป็นกิจกรรมง่าย ๆ เริ่มตั้งแต่เด็กชั้นอนุบาล เพราะว่าถ้าเราเริ่มต้นเรื่องอะไรก็ตามสำหรับเด็กเล็ก ๆ เขาจะปลูกฝังแล้วก็มีวินัยอย่างดี ฉะนั้นในประเด็นสุดท้าย จะสนับสนุนทุกข้อเสนอแนะ แต่ขณะเดียวกันในรายฉบับนี้ ไม่ได้มีการเขียนว่าระยะสั้นที่สามารถทำได้ในเร็ววันที่เราอยากเห็นเป็นรูปประธรรมมีอะไรบ้าง ส่วนในระยะยาวแน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาในเรื่องของกฎหมาย การนำไปสู่การปฏิบัติต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีทั้งต้องใช้กฎหมายมาบังคับ แล้วก็จิตสำนึกของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ
