‘ส.ส.ศุภชัย ใจสมุทร’ ชี้แจงต่อสภาฯ การขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน ระหว่าง กพท. และ BEM อยู่บนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ต่อหน่วยงาน และพนักงานของกทพ. และประชาชน

‘ส.ส.ศุภชัย ใจสมุทร’ ชี้แจงต่อสภาฯ การขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน ระหว่าง กพท. และ BEM อยู่บนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ต่อหน่วยงาน และพนักงานของกทพ. และประชาชน

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงต่อสภาฯ ในประเด็นเรื่อง การขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน ระหว่าง กพท. และ BEM อยู่บนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ต่อหน่วยงาน และพนักงานของกทพ. และประชาชน จากกรณีการต่ออายุสัญญาสัมปทานทางด่วนระหว่าง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน และพนักงานของกทพ. และประชาชน นายศุภชัย กล่าวว่า ประเด็นที่คณะกรรมาธิการพิจารณาก็คือหากมีการสู้คดีต่อไป ด้วยคดีที่เคยแพ้และมีบรรทัดฐานในเรื่องเดียวกัน มีแนวโน้มที่จะแพ้คดีได้อีก และจะส่งผลต่อความเสียหาย ต้องชำระเงินตามที่ถูกฟ้องร้อง  กรณีการประนีประนอมยอมความ คือว่าทั้งสองฝ่ายตกลงยอมรับข้อขัดแย้งข้อพิพาทซึ่งกันและกัน โดยผ่อนผันให้แก่กัน ในฐานะกรรมาธิการในขณะนั้น คิดว่าหากเป็นกรณี การประนีประนอมยอมความ คงไม่มองว่าในอนาคตจะมีคดีใดแพ้หรือไม่แพ้ แต่มองว่าจุดไหนจะมีประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และมั่นใจว่าตัดสินใจได้ถูกต้อง  หลังจากนั้นคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาในประเด็นนี้ รับผิดชอบโดยกระทรวงคมนาคม โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้พิจารณา เรื่องการต่ออายุสัมปทานฯ อยู่บนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์และได้ดำเนินการต่อเจรจาต่อรอง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การทางพิเศษแห่งประเทศไทยและพนักงานเป็นหลัก