"ส.ส.สิริพงศ์" หนุน กฎหมายภาษี E-Service ทำให้บุคคลที่ค้าขายออนไลน์ และค้าขายอยู่บนพื้นดินมีความเท่าเทียมกัน แนะ รัฐ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมอุดช่องโหว่

"ส.ส.สิริพงศ์" หนุน กฎหมายภาษี E-Service ทำให้บุคคลที่ค้าขายออนไลน์ และค้าขายอยู่บนพื้นดินมีความเท่าเทียมกัน แนะ รัฐ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมอุดช่องโหว่

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสภาฯ-เรื่องภาษี E-Service ว่า จากที่ได้เห็นข่าวเรื่องกระทรวงการคลังจะได้ยื่นแก้ไขประมวลรัษฎากรฉบับที่ พ.ศ. ... นี้  รู้สึกชื่นชม และดีใจที่จะได้เห็นกฎหมายลักษณะนี้ สาเหตุที่ชื่นชม และดีใจ เพราะเมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่แล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากได้ยื่นญัตติในลักษณะนี้คือ มีข้อกังวลจากผู้แทน และมีข้อกังวลจากชาวบ้าน ว่าปัจจุบันในโลกของการค้าที่เปลี่ยนไปมีความได้เปรียบ และเสียเปรียบกันเกิดขึ้น ยกตัวอย่าง วันนี้ผู้ประกอบการที่อยู่ออนกราวด์ หรือคนที่เปิดบริษัทห้างร้านธรรมดาทั่วไป ยังจำเป็นจะต้องเสียภาษีทุกอย่างตามระบบ ในขณะที่คนที่ขายของออนไลน์บางบริษัท บางรูปแบบ แทบจะไม่มีการเสียภาษีเลย แต่วันนี้ต้องทำความเข้าใจว่า กฎหมายฉบับนี้ที่ยื่นเข้ามาเป็นการเก็บภาษี VAT ลักษณะใด วันนี้ถ้าซื้อของออนไลน์ซื้อปลายทางส่งมาถึงเราภาษีตัวนี้ไม่ได้รวมอยู่ในนั้น ภาษี E-Service ที่เขาพูดมีตัวไหนบ้าง ยกตัวอย่างเช่น การโฆษณาทางเฟซบุ๊ก กูเกิล ฯลฯ ที่เงินโฆษณาในประเทศไทยหายไป แล้วก็ไปซื้อบริการเหล่านี้ ส่วนนี้จะต้องส่งภาษี VAT ดูหนัง ฟังเพลง ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น NETFLIX ที่เสียเงินรายเดือน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการเสียภาษีเลย ลักษณะเหล่านี้ที่เขาจะต้องเสีย E-Service หรือ เกมอย่างที่ท่านส.ส. บางท่าน ได้อภิปรายไปแล้วการโหลด Application การซื้อของในเกม อย่างนี้ต้องเสียภาษี E-Service การจองที่พัก ซึ่งปัจจุบันตลาดนายหน้าสำหรับจองที่พัก 100% เราเสียให้กับต่างชาติไปแล้ว ค่านายหน้าส่วนต่างที่เขาเก็บจากผู้ประกอบการตรงนี้เขาต้องส่งภาษี E-Service และที่กำลังนิยมมากคือ Food delivery ไม่ว่าจะเป็น Grab, Food Pand, LaLamove, Line Man เขาอาจจะไม่ได้เก็บ E-Service จากค่าขนส่ง แต่เขาจะเก็บจาก GP หรือส่วนแบ่งกำไร อันนี้ต้องนำส่ง E-Service โดยหลักการเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้มีฐานข้อมูลว่าข้อมูลทางด้านภาษีของเรา ที่เราควรจะเก็บได้ แต่วันนี้ยังเก็บไม่ได้ เนื่องจากมีข้อกำหนดทางกฎหมายหลาย ๆ อย่าง คืออะไร ภาษีตัวนี้จะเป็นประตูบานแรกเข้าไปสู่การเก็บภาษี Digital Tax ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นที่น่าชื่นชม ยินดี ที่จะทำให้คนที่ค้าออนไลน์ กับคนที่ค้าอยู่บนพื้นดินมีความเท่าเทียมกัน ผมมีความยินดีที่จะเห็นผู้ค้าต่างชาติกับผู้ค้าไทยมีความเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าผู้ค้า ผู้ผลิตที่เป็นคนไทยเสียภาษีทุกชนิดถูกต้อง แต่ลูกค้าต่างชาติไม่เสียอะไรเลย อย่างไรก็ดี ยังมีข้อกังวลอยู่หลายข้อ ซึ่งคิดว่าท่านสมาชิกและอภิปรายเป็นจำนวนมากแล้ว อย่างหนึ่งที่ฟังมาเหมือนกันคือ ภาษี VAT ที่จะเก็บ 7% คำถามที่ถามกันมากคือ คนซื้อจะต้องจ่าย หรือคนขายจะต้องจ่าย หน้าที่คือผู้ให้บริการ หรือคนขายมีหน้าที่นำส่ง แต่ตัวนี้ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ เขานำส่ง แต่เงินที่ส่งจะเก็บเพิ่มหรือไม่อย่างไร โดยหลักธรรมชาติของการค้าจะมีกลไกทางการเงิน กลไกทางการกำหนดราคา ทำให้มีการเชิญชวน หรือจูงใจ มีข้อเสนอแนะว่าจะสามารถทำแบบนี้ได้หรือไม่ เฉพาะภาษี E-Service ที่เรากำหนดไปเลยว่า ราคาที่โฆษณา หรือราคาที่ประชาชนจ่ายไปแล้วทาง E-Service ให้เป็นราคารวม Tax (ภาษี) ไปเลย ทำได้หรือไม่ได้ คิดว่าสามารถนำไปคุยได้ในชั้นกรรมาธิการ ประเด็นที่ 2)  คือการบังคับใช้กฎหมาย หลายท่านมองในมิติของสังคมว่าถ้าเกิดว่า บล็อกเขา กันเขา เราจะถูกสังคมตำหนิหรือไม่ นั่นอาจจะไม่ใช่เพียงวิธีเดียว และนั่นอาจจะเป็นเพียงมาตรการสำหรับบริการชนิดเดียว คำถามที่ยังสงสัยอยู่ว่า เรื่องการบังคับใช้กฎหมายเราจะสามารถบังคับเขาได้จริงหรือ อย่างวันนี้ ถ้าท่านบอกว่าเขายังไม่ยอมเสียภาษี E-Service กรณีของ Netflix ซึ่งบริการดูภาพยนตร์ หรือSpotify ซึ่งเป็นบริการฟังเพลง ท่านบล็อกเขา คนดูไม่ได้  ฟังเพลงไม่ได้ คำถามต่อไป สมมติบริการรูปแบบอื่น อย่างเช่น agoda, booking.com ที่เป็นเอเจนซี่ เป็นนายหน้าขายตั๋วที่พักที่อยู่ต่างประเทศ แล้วเขาไม่นำส่งภาษี เราบล็อก หรือ กันเขาไม่ได้ เราจะมีวิธีดำเนินการลักษณะนี้อย่างไร ประเด็นที่ 3) จะทำอย่างไร ที่จะทำให้ภาษีที่จะกำหนดขึ้นมา ซึ่งดีมาก สุดท้ายถ้าภาษีตัวนี้ไม่สามารถบังคับใช้กับต่างชาติได้ ภาษีตัวนี้จะเป็นภาระของผู้ประกอบการไทยเพียงผู้เดียวเท่านั้น และจะเกิดการเพิ่มช่องว่างในการแข่งขันมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นขอฝากว่า การบังคับใช้กฎหมายจะทำอย่างไร หากบังคับใช้ไม่ได้ เป็นภาระของผู้ประกอบการ หรือนักพัฒนาของไทยมากเกินไป เราจะมีวิธีการอย่างไร เห็นด้วยในหลักการอย่างที่กรรมาธิการทุกท่านได้อภิปราย และเชื่อว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะผ่านไปได้ด้วยดี ขอแค่ว่าในรายละเอียดที่กรรมาธิการ ให้ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ขอให้ท่านนำไปปรับปรุงแก้ไข