"สฤษดิ์ บุตรเนียร" ส.ส.ปราจีนบุรี เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาหนี้สินครู

"สฤษดิ์ บุตรเนียร" ส.ส.ปราจีนบุรี เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาหนี้สินครู

วันที่ 6 สิงหาคม 2563 นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรีเขต 3 พรรคภูมิใจไทย จากญัตติที่เสนอไปเรื่องของหนี้สินครู ซึ่งเป็นรากฐานในการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพการศึกษา โดยจะสรุปในประเด็นสั้น ๆ ด้วยจากประสบการณ์ตรงที่คลุกคลีกับการศึกษาแล้วก็การเป็นหนี้เป็นสินของครู เพราะปัญหาหนี้สินปัญหาที่ทุกรัฐบาลได้พยายามแก้ไขมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งโครงการ จัดโครงการคลินิกครู ไม่ต่างกับการรักษาร่างกาย หรือโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการที่จะทำอย่างไรที่คุณครูจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ทุกปัญหานี้เราพูดอธิบายเหตุทั้งนั้น จึงขอเสนอว่า จะแก้ปัญหาที่คุณครูอยู่วิกฤตไปแล้ว หรือเป็นหนี้อยู่ในอาการไข้โคม่า จะทำอย่างไรที่จะแก้ได้ ซึ่งอย่างไรก็ตามเป็นหนี้ไปแล้ว รัฐบาล หรือองค์กรต่าง ๆ ควรจะหันเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งครูมีผลกระทบต่อเยาวชนและก็การพัฒนาประเทศชาติโดยตรง ดังนั้นถ้าอยู่ในวิกฤตก็อยากให้ทางรัฐบาลที่เห็นได้ชัดในภาวะโควิด ดอกเบี้ยหล่นในอัตราที่ต่ำ ก็ควรจะมีการทำอย่างไรที่จะหาเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำ หรือช่วยคนที่อยู่ในขั้นวิกฤตเป็นกลุ่มเป็นก้อน และปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น เป็นการรวมหนี้ และต้องเปิดเผยหนี้สินทั้งหมดที่ควรจะเป็นอยู่ ส่วนอื่น ๆ นั้น อยากจะขอเสนอแนะสหกรณ์ครูที่อยู่ทั่วประเทศนั้น มีทั้งการกู้สามัญ กู้ฉุกเฉิน กู้พัฒนาคุณภาพชีวิต หรือกู้อื่น ๆ อีกมากมาย จากที่ได้พบปะพูดคุยกับกรรมการคณะกรรมการสหกรณ์ครูโดยทั่วไป กรรมการครูเห็นรู้หมดว่า เป็นการกู้ง่าย กู้มาก และผ่อนนาน เข้าถึงง่ายเกิน สำหรับครูรุ่นเก่าที่วิกฤตแล้วก็ต้องหาทางแก้ต่อไป อีกหน่อยจะตั้งคณะกรรมการวิสามัญอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าคงจะไปพูดเป็นรายประเด็น เพราะวิธีการอย่างเดียวคงจะแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ได้ สำหรับคุณครูใหม่ ๆ ต้องขอฝากไปยังสหกรณ์ครูทั่วประเทศ ว่า ครูทุกคนเป็นกรรมการเอง ซึ่งรู้ปัญหา เข้าใจปัญหา และวางแผนแก้ปัญหา ทำอย่างไร ครูใหม่ที่จะกู้ หรือมีหุ้นส่วนที่ถือหุ้นอยู่ก่อน และจะกู้ขนาดไหน จึงอยากเรียนว่า การแก้ปัญหาก็ต้องเริ่มต้นจากทุกฝ่าย เช่น โดยเฉพาะครูซึ่งเป็นลูกหนี้เอง ก็ต้องมีกฎเกณฑ์กติกาในการจะกู้ ควรมีวินัยการเงิน ควรมีจิตสำนึก แต่เมื่อมีโอกาสมาก โดยธรรมชาติใครก็อยากกู้ ใครก็อยากจะใช้จ่ายในสิ่งที่ใกล้มือที่สุด ดังนั้น สหกรณ์เองควรจะมีกฎเกณฑ์ กติกา หรือข้อระเบียบ ข้อบังคับ และโดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นก็ควรจะให้โอกาส และพยายามควบคุมมาตรการให้ดี เพื่อไม่ให้มีการกู้เงินที่จะมากเกินไป เหมาะสมกับกำลังที่จะส่ง เงินเดือนแค่ 15,000 บาท หรือ เริ่มต้นกันระยะปีแรก ๆ อีกส่วนหนึ่ง ของสถาบันการเงิน ไม่มีวิธีไหนที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นอกจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารออมสิน ก็จะเห็นบทเรียนแล้วว่า การให้กู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) นั้น มากจนเกินขอบเขต ดังนั้นเป็นบทเรียนที่ว่าต่อไปนี้ สถาบันการเงินควรรวบรวมข้อมูลที่จะมาคิดวิเคราะห์ หวังว่าคณะกรรมการวิสามัญคงจะคิดตรึกตรอง และเป็นมาตรการ ตัวอย่างประเทศด้วย