ส.ส.กรวีร์​ ปริศนานันทกุล พรรคภูมิใจไทย อภิปราย​สภาฯ ปัญหารถรับจ้างสาธารณะส่วนบุคคลกทม.-ปริมณฑล

ส.ส.กรวีร์​ ปริศนานันทกุล พรรคภูมิใจไทย อภิปราย​สภาฯ ปัญหารถรับจ้างสาธารณะส่วนบุคคลกทม.-ปริมณฑล

วันที่ 14 สิงหาคม 2563 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย หารือในญัตติด่วน เรื่องปัญหารถรับจ้างสาธารณะส่วนบุคคลกทม.-ปริมณฑล เพื่อให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษารถรับจ้างสาธารณะส่วนบุคคลในการให้บริการกับผู้บริโภค และกำหนดอัตราที่เหมาะสม เป็นธรรม สำหรับสิ่งที่พรรคภูมิใจไทย ยื่นญัตติด่วน ซึ่งได้ยื่นไปตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 พอเกิดสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้เห็นชัดว่า นโยบายเหล่านี้เป็นความต้องการ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และจะกระทบกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากจริง ๆ นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า เมื่อย้อนกลับไปในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ได้ให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชน และกำหนดเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรค คือ เรื่องของ Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน เพราะมีความเชื่อ และเจตนาที่ดีว่า ถ้าหากว่าประชาชนสามารถที่จะเปลี่ยนเอาสินทรัพย์ที่เขามีอยู่กับตัว นำเอามาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ นำมาแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนได้ สิ่งนั้นจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวง รถยนต์สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ก็คือหนึ่งในอีกอาชีพที่มองเห็นโอกาส ถ้าเราสามารถที่จะเอาขึ้นมาอยู่บนระบบที่ถูกต้องแล้ว มีการกำกับ มีการควบคุมดูแล จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นจำนวนมาก สามารถสร้างประโยชน์ให้กับรัฐบาล และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยได้เป็นจำนวนมาก นั่นคือเจตนาของเราที่อยากจะแก้ไข และทลายข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นปัญหาอุปสรรค เพื่อช่วยปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนได้ ทั้งนี้ต้องยอมรับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมืองใหญ่ของประเทศ อย่างกรุงเทพฯเป็นตัวอย่างที่ดี ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ แม้ยังไม่ดีมากพอเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ ๆ ในต่างประเทศ เรายังมีระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอ ไม่ทั่วถึง ไม่มีระเบียบ และส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เห็นได้จากระบบรถแท็กซี่ ที่เรียกแท็กซี่แล้วถูกปฏิเสธจากคนขับรถแท็กซี่ จะเห็นข่าวความไม่ปลอดภัยของคนขับแท็กซี่ กับผู้โดยสาร จะเห็นการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างผู้ขับกับผู้โดยสาร นอกจากนั้น เป็นที่ทราบกันดีถึงข้อจำกัดทางกฎหมายของรัฐ ทำให้พี่น้องประชาชนออกมาขับขี่แกร็บ ขับวินมอเตอร์ไซค์เพื่อส่งอาหารเดลิเวอรี่ต่าง ๆนั่นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ทางพรรคภูมิใจไทย จึงตั้งใจที่จะเสนอนโยบายเพื่อที่จะเข้าไปผลักดัน แก้ไขกฎหมายต่าง ๆ การตั้งวิสามัญชุดนี้เป็นอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญ ที่จะมาดูให้รอบด้านว่ามีปัญหา และอุปสรรค ที่เป็นข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานของรัฐส่วนใดบ้าง เพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา  และผลักดัน เรื่องของ Sharing Economy ให้เกิดผลสำเร็จได้ ช่วงที่ผ่านมาในสถานการณ์ Covid-19 สิ่งที่เราได้เห็นนอกจากสิ่งที่เป็น New Normal หรือว่าวิถีชีวิตใหม่ เราเห็นอาชีพใหม่ เห็นโอกาสใหม่ เห็นการปรับตัวของพี่น้องประชาชนใหม่ ๆ และมีพฤติกรรมการบริโภคใหม่ ๆ หลายเรื่อง วันนี้เรื่องของการสั่งอาหารฟู้ดเดลิเวอรี่ การใช้งาน Application ต่าง ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป เป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วประเทศไทย ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเรามี Application ต่าง ๆ มากมาย อาทิ Grab, Line man, Food Panda ฯลฯ ส่วนมาก แอปพลิเคชันเหล่านี้มาจากบริษัทต่างชาติแทบทั้งสิ้น และเป็นเรื่องแปลกกับสังคมไทย ที่ว่าเราปล่อยให้สิ่งที่ไม่มีกฎหมายรองรับ และเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เจ้าหน้าที่ของรัฐจะเข้าไปจับกุมก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับ หรือผู้โดยสาร หรือผู้ใช้บริการต่าง ๆ จึงเป็นคำถามที่ว่า จะปล่อยให้สถานการณ์เหล่านี้คงอยู่ต่อไปหรือ เราเห็นแล้วว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน เราเห็นแล้วว่าสิ่งนี้คือโอกาสมากมายที่จะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชน แต่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ดังนั้น จึงอยากจะเสนอว่า เราเอาสิ่งที่ผิดกฎหมาย สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เอาสิ่งที่กฎหมายยังไม่เอื้ออำนวย นำขึ้นมาวางบนโต๊ะ และมาพูดคุยกันเพื่อที่จะหาทางออก มาทลายข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน " สิ่งที่อยากจะเสนอ และฝากไปยังกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นชุดสามัญ หรือวิสามัญ ที่ตั้งขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ โดยเฉพาะอยากจะเห็นการบริหารจัดการที่เป็นธรรม เป็นธรรมกับทั้ง ผู้ขับ(Rider), ผู้ให้บริการ, ผู้โดยสาร, ลูกค้า และที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นธรรมกับทางรัฐบาลด้วย ที่จะมีกำหนดมาตรการ ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อที่จะรองรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้เชื่อว่าการศึกษาเอาข้อจำกัดต่าง ๆ มาดูว่า จะสามารถที่จะผลักดันรถรับจ้างส่วนบุคคล ให้เป็นรถรับจ้างสาธารณะได้อย่างไร น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับสังคมไทย และประเทศไทยของเรา " นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย