โอกาสนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้กล่าวถ้อยแถลงภายใต้แนวคิดหลัก “การลดความยากจนและการสร้างความเข็มแข็ง การฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19” ความว่า ในนามของตัวแทนประเทศไทยและประชาชนชาวไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสมัยพิเศษระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ในวันนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ไขปัญหาความยากจน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด–19) ที่ทุกประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการในหลายมิติเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและมีฐานะยากจนให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยมีมาตรการหลัก 3 มาตรการ คือ
มาตรการที่ 1 มาตรการทางการเงินโดยการจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ 1) แรงงานในระบบที่ได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ประกอบการปิดกิจการ 2) แรงงานอิสระภายใต้โครงการเราไม่ทิ้งกัน 3) เกษตรกร และ 4) กลุ่มเปราะบาง รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 30 ล้านคน คิดเป็นเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มาตรการที่ 2 มาตรการส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศเพื่อส่งเสริมการจ้างงานให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ว่างงานและเดินทางกลับภูมิลำเนา รัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานภาครัฐจ้างงานทั่วประเทศภายใต้กรอบวงเงินกว่า 86,750,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นการจ้างงานในท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศ
มาตรการที่ 3 มาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยสามารถปรับปรับได้อย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์อันเนื่องมาจากการ การขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศวางรากฐานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ อาทิ โครงการ โคก-หนอง-นา โมเดล ซึ่งเป็นการจัดการพื้นที่โดยการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ตลอดทั้งปี และโครงการ Quick Win 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชน
นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด–19 ทำให้เกิดความร่วมมือในการแบ่งปันให้กับผู้มีรายได้น้อยของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และชุมชน ผ่านโครงการ “ตู้ปันสุข” (Pantry of Sharing) โดยกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ทุกจังหวัดจัดตู้ปันสุขให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอและวางระบบการดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข
.
นายทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการขับเคลื่อนมาตรการทั้ง 3 มาตรการหลักทำให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาความยากจน และเสริมสร้างศักยภาพให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้สามารถปรับตัว ได้ต่อการเปลี่ยนแปลง และเชื่อมั่นว่าความพยายามของทุกประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้กำหนดนโยบายเพื่อรองรับสถานการณ์และลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียนให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ และมุ่งสู่การเป็นภูมิภาคของการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
.
จากนั้น นายทรงศักดิ์ ทองศรี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่สำคัญด้านการลดความยากจนและการพัฒนาชนบทที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19 ร่วมกับที่ประชุมสมัยพิเศษฯ และที่ประชุมได้พิจารณาถ้อยแถลงร่วมการประชุมสมัยพิเศษระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและการจัดความยากจน (AMRDPE) ภายใต้แนวคิดหลัก “การลดความยากจนและการสร้างความเข็มแข็ง การฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19”
#ก้าวไปด้วยกัน
#ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
