‘ส.ส.บุญลือ ประเสริฐโสภา’ เสนอญัตติด่วน ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP 2018) แนะ! ก.พลังงงานหารือทุกภาคส่วนปรับแผนฯ

‘ส.ส.บุญลือ ประเสริฐโสภา’ เสนอญัตติด่วน ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP 2018) แนะ! ก.พลังงงานหารือทุกภาคส่วนปรับแผนฯ

วันนี้ (20 ส.ค.2563) นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วน ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP 2018) ใจความว่า "เพื่อให้ราคาพลังงาน ในประเทศไทยมีความเหมาะสม และรองรับความต้องการของประชาชน ด้วยปัจจุบัน อุตสาหกรรม ประชาชนประเทศไทย มีความต้องการใช้พลังงาน น้ำมันและก๊าซ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งประเทศไทย เป็นแหล่งขุดเจาะน้ำมันไหลแห่ง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสงขลา และจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีโรงไฟฟ้าถึง 5,000 กว่าเมกะวัตต์ แต่ปรากฏว่าการนำเข้าน้ำมันของประเทศไทยจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นที่จะต้องปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ในการจัดหา พลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอ รองรับการเจริญเติบโตของประเทศในภาพรวม อีกทั้งราคาพลังงานในประเทศไทยแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า มาเลเซีย จากโครงสร้างพลังงานที่ไม่เหมาะสมในการเก็บเงินกองทุนสูงขึ้น ทำให้ประชาชนต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางขนส่ง รวมถึงราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 โดยญัตติดังกล่าว จะเสนอสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ตามข้อบังคับที่ 49 และข้อ 50" นายบุญลือ กล่าว  จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และยังต้องแบกภาระต้องใช้น้ำมันและก๊าซในราคาที่แพง รวมถึงขณะนี้เรามีวัตถุดิบถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต้องจ่ายค่าน้ำมันและก๊าซที่สูง จึงมีความต้องการฝากท่านประธานสภาไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องใช้อำนาจรองนายกรัฐมนตรี ให้เชิญทุกกระทรวง ทบวงกรม ที่เกี่ยวข้อง มาหารือในการปรับแผน PDP 2018