‘ดร.สฤษฏ์พงษ์’ อภิปรายสภาฯ เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญ ในเรื่องของการย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง แนะ! ลดความแออัดในเรือนจำ และยกระดับให้นักโทษได้มีอาชีพสังคมภายนอกยอมรับได้

‘ดร.สฤษฏ์พงษ์’ อภิปรายสภาฯ เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญ ในเรื่องของการย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง แนะ! ลดความแออัดในเรือนจำ และยกระดับให้นักโทษได้มีอาชีพสังคมภายนอกยอมรับได้

วันนี้ (20 ส.ค.2563) ดร.สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสภาฯ เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องของการย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง แนะ! ลดความแออัดในเรือนจำ และยกระดับให้นักโทษได้มีอาชีพสังคมภายนอกยอมรับได้ ดร.สฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ตนและพรรคภูมิใจไทยมีความเห็นด้วย ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องของการศึกษาย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง ซึ่งจากที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นญัตติ ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องของการย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง สำหรับ เรือนจำจังหวัดกระบี่ เปิดเมื่อปี 2496-ปัจจุบัน กว่า 133 ปี บรรจุนักโทษได้ 1,750 คน แต่ขณะนี้ จังหวัดกระบี่มีนักโทษ 2,900 คน ในจำนวนพื้นที่ดิน 4 ไร่ ซึ่งมีความแออัด และอยู่ในตัวชุมชนเมือง รวมถึงสภาพแวดล้อม ด้านหน้า เป็นโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล ที่เป็นโรงเรียนประจำ ทิศใต้เป็นโรงเรียนอิศรานุสรณ์ เป็นเด็กตั้งแต่อนุบาล-ป.6ฝั่งทิศตะวันออก เป็นโรงเรียนอุตรกิจ ด้านหลังเป็นโรงเรียนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และเป็นส่วนราชการรอง ติดกับเรือนจำเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และตามมาตรฐานสากลนักโทษ 1คน ต้องใช้พื้นที่ 7.5 ตารางเมตร แต่ในประเทศไทยนักโทษ 1 คน ใช้พื้นที่ 2.25 ตารางเมตร แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อมีนักโทษเพิ่มขึ้น ต้องมีเตียง 2 ชั้น ทั้งนี้ เคยมีการศึกษาถึงการสร้างเรือนจำในจังหวัดกระบี่ใหม่ แต่งบประมาณดังกล่าวได้ตกไป ที่ดินในเรือนจำถูกขึ้นเป็น นสล. มีพื้นที่ 78 ไร่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ขณะนี้ได้มีประชาชนบุกรุกพื้นที่บางส่วนแล้ว หากยังไม่สามารถย้ายเรือนจำได้ ควรที่จะขยายพื้นที่เดิมให้กว้างขวางมากขึ้น นอกจากนี้ การบริหารจัดการเรือนจำ ซึ่งนักโทษไทยที่แน่นคุก ติดเป็นอันดับ 6 ของโลก ส่วนใหญ่เป็นนักโทษคดียาเสพติด ควรยกระดับให้นักโทษได้มีอาชีพ เหมือนกับคนปกติและสังคมภายนอกรับได้