ครูโอ๊ะ พบสื่อเครืออมรินทร์ โชว์ผลิตภัณฑ์ ONIE หวังสานต่อการอ่าน-เรียนรู้ในโคเลิร์นนิ่งสเปซสู่ยุคดิจิทัล

ครูโอ๊ะ พบสื่อเครืออมรินทร์ โชว์ผลิตภัณฑ์ ONIE หวังสานต่อการอ่าน-เรียนรู้ในโคเลิร์นนิ่งสเปซสู่ยุคดิจิทัล

เมื่อวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พบปะแสดงความขอบคุณผู้บริหารเครืออมรินทร์ ที่เป็นเครือข่ายสร้างการเรียนรู้ สนับสนุนสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การอบรมการจัดการห้องสมุด ตลอดจนให้คำปรึกษาและแนะนำการยกระดับห้องสมุด สู่การเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย (Co-Learning space)  ทั้งยังนำเสนอข้อมูลข่าวสารการสร้างโอกาสทางการศึกษาตลอดชีวิตแก่คนไทยทุกช่วงวัย โดยในโอกาสนี้ ได้มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้าจากสำนักงาน กศน.กว่า 400 ชิ้น และนำเสนอผลิตภัณฑ์พรีเมียม แบรนด์ ONIE ที่เกิดจากการส่งเสริมอาชีพของ กศน. ในทุกพื้นที่ทั่วไทย โดยมีนางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) นายภาค เส็งพานิช กรรมการผู้บริหาร ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ ผศ.ดร.ฉัตรแก้ว ใจงาม ที่ปรึกษา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนอมรินทร์ทีวี ให้การต้อนรับและเข้าร่วม "ขอแสดงความขอบคุณที่ทางเครืออัมรินทร์ ได้ร่วมมือสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาแหล่งเรียนรู้เข้าสู่ยุคดิจิทัล ในโครงการพัฒนาห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี ให้เป็นห้องสมุดดิจิทัล 105 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่ดี (Good partnership) ของสำนักงาน กศน. สอดคล้องกับนโยบาย กศน. WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับการให้บริการห้องสมุดที่จะเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ของประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยบริษัท อัมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ ได้ให้การสนับสนุนมุมหนังสือ ซึ่งประกอบไปด้วยหนังสือ 100 ปก อีบุ๊ค 400 รายงาน ผ่านแอปพลิเคชัน “นายอินทร์ปัณณ์” ตลอดจนจัดหลักสูตรอบรมผู้ปฏิบัติงานห้องสมุด เพื่อให้พร้อมให้คำแนะนำการเข้าถึงสื่อการอ่านแก่ผู้ใช้บริการได้อย่างครบวงจร ในส่วนของแผนการดำเนินงานพัฒนาห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี ตลอดจนถึงห้องสมุดในตำบล ชุมชนต่าง ๆ นั้น ได้เตรียมการที่จะต่อยอดการทำงานในปี 2563 ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น สำรวจความต้องการเพื่อพัฒนาศักยภาพการให้บริการของห้องสมุดทั่วประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งการจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ ที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย รองรับเทคโนโลยีการอ่านยุคดิจิทัล สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเสถียร เอื้อต่อการเรียนรู้ของประชาชนทั้งในเชิงองค์ความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง อาชีพใหม่ การดำรงชีวิต เป็นต้น นอกจากนี้ จะเพิ่มความเข้มข้นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของห้องสมุด โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้อ่าน คนในชุมชน การเปิดพื้นที่จัดกิจกรรมตามบริบทของชุมชน เพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย ตามรูปแบบของ Co-Learning Space เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ขอแสดงความขอบคุณเครืออมรินทร์ ที่ช่วยสื่อสารประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ กศน.พรีเมียม ภายใต้แบรนด์ ONIE ที่สำนักงาน กศน.ทั่วประเทศ ได้ไปส่งเสริมอาชีพ สร้างงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของทุกชุมชนทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้สำนักงาน กศน.ได้ใช้แพลตฟอร์มของอัมรินทร์ www.amvata.com (อัมวาทาดอทคอม) เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในระยะแรก ซึ่งจะได้มีการหารือร่วมกันในรายละเอียดของเรื่องนี้ต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว ในโอกาสนี้ ได้นำส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ กศน.พรีเมียม ที่เกิดจากการจัดหลักสูตรอาชีพของครู กศน.ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สุพรรณบุรี สงขลา กาฬสินธุ์ และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร โดยมีช่องทางจัดจำหน่ายทั้งแบบซื้อขายโดยตรงและออนไลน์ทาง “เฟซบุ๊ก OOCC” อาทิ  - จังหวัดอ่างทอง น้ำพริกเผา : กศน.ตำบลบางระกำ อำเภอโพธิ์ทอง, ไข่เค็มสุขภาพ : กศน.ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง กล้วยม้วนไฮโซ : กศน.อำเภอโพธิ์ทอง, ผลิตภัณฑ์เชือกมัดฟาง : กศน.อำเภอไชโย  - จังหวัดสุพรรณบุรี ดอกไม้ประดิษฐ์จากดินไทย : กศน.ตำบลโพธิ์พระยา อำเภอเมือง, ฝาชีจากเส้นหวาย : กศน.ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอดอนเจดีย์, การปักลายบนเสื้อด้วยมือ และกระเป๋าจากผ้าพื้นเมือง (ชุมชนกระเหรี่ยง) : กศน.ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง, ตะกร้าจากเส้นพลาสติก : กศน.ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช, ผลิตภัณฑ์จากเชือกป่านมหัศจรรย์ และตะกร้าจากผักตบชวา : กศน.อำเภอบางปลาม้า, ของใช้จากหวาย : กศน.อำเภอศรีประจันต์, ปลาหมำ : กศน.ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง, ตะกร้าหวายเทียม : กศน.อำเภอสามชุก, พรมเช็ดเท้า : กศน.ตำบลทัพหลวง อำเภอหนองหญ้าไซ, กล่องใส่แว่นตาจากผ้าทอพื้นบ้านไทยทรงดำ : กศน.ตำบลบ้านดอน อำเภออู่ทอง  - จังหวัดสงขลา ผลิตภัณฑ์จากเชือกกล้วย (กล้วยตานี) : กศน.ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ ได้ส่งเสริมแนวคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชือกกล้วยแก่กลุ่มชุมชนคูเต่า เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มจากต้นกล้วยซึ่งปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่นี้ โดยมีแนวคิดพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับกลุ่มจนเกิดความเข้มแข็ง โดยนำกาบกล้วยมาทำเป็นเส้นสำหรับจักสานเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว มีความเหนียวและมีความคงทน อาทิ กระเป๋า หมวก ที่ใส่แก้วเยติ กล่องกระดาษทิชชู่ ที่รองแก้ว ตลอดจนเครื่องใช้สอยและเครื่องตกแต่งบ้านเรือน