เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2563 เวลา 9.00 น. ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2563 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกณ กศน.ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง โดยได้เยี่ยมชม กศน. 5ดีพรีเมียม สอดคล้องกับนโยบาย กศน.Wow ก้าวสู่ดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนกศน.ในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จังหวัดระยอง ฉะเชิงเทราและชลบุรี รวมทั้งใน 5 จังหวัดภาคตะวันออก จำนวนกว่า 200 คน ในกิจกรรม “การประชาพิจารณ์ : ความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาการศึกษา กศน." เพื่อกระทรวงศึกษาธิการ จะได้ช่วยเสริมเติมเต็มการจัดการศึกษาและอาชีพ สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่อีอีซีอย่างยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานและสถานศึกษา กศน.ในพื้นที่อีอีซี
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการเยี่ยมชมนิทรรศการและการรายงานผลการจัดการศึกษาของ กศน.ตำบลพนานิคม ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมใจกับภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบลพนานิคม ชมรมผู้สูงอายุตำบลพนานิคม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนิคมพัฒนา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด เพื่อบูรณาการแผนความร่วมมือการพัฒนาระดับพื้นที่ ที่สำคัญคือสถานที่ตั้งบนพื้นที่ของ อบต.พนานิคม ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดเรียนการสอน ความเป็นสัดส่วนและเป็นเอกเทศ พื้นที่ใช้สอยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีมาตรฐานการศึกษาสำหรับชุมชน ตลอดจนสามารถนำไปสู่ความเป็นเลิศทางการศึกษา
โดย กศน.ตำบลพนานิคม นอกจากจะดำเนินการจัดเรียนการสอนตามรูปแบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ทั้งในแบบออนไลน์และออฟไลน์แล้ว ยังมีแนวคิดในการสร้างศูนย์การเรียนรู้ที่ครบวงจร "One stop service" โดยการรวบรวมนวัตกรรมทางการศึกษา ที่มีความพร้อมในการจัดการเรียนรู้อาทิ องค์ความรู้ของปราชญ์การเกษตร การแพทย์ทางเลือกการอบสมุนไพร ชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลพนานิคม หมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันหมู่บ้านกาชาด รวมถึงการบูรณาการในพื้นที่ในภาครัฐและเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ในส่วนของสรุปการรับฟังความคิดเห็นผู้เรียน กศน. ในพื้นที่อีอีซี กิจกรรม “การประชาพิจารณ์ : ความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาการศึกษากศน." ดังนี้
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ด้านการเรียนการสอน ได้แก่ กำหนดชั่วโมงกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ที่ชัดเจน และบางส่วนต้องการให้ลดจำนวนชั่วโมง กพช.ลง, การสอนภาษาต่างประเทศและติวเข้มเพื่อสอบภาษาอังกฤษ, เพิ่มวิชากฎหมายในชีวิตประจำวัน, เปิดโอกาสให้ผู้ที่เรียนไม่จบในระบบ เข้าเรียนกับ กศน.ได้, เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลควรได้รับการศึกษาในขณะเดียวกัน ก็ต้องสนับสนุนค่าเดินทางให้กับครู กศน.ที่ต้องไปสอนในพื้นที่ห่างไกล, สนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดสื่อหนังสือเรียนใหม่ ทันสมัย, จัดหาและสนับสนุนอุปกรณ์ สื่อเทคโนโลยี นวัตกรรมการเรียนการสอนที่ทันสมัย นอกจากนี้ ต้องการให้มีการเพิ่มเวลาการพบกลุ่มด้วย
- ด้านครูผู้สอน ได้แก่ จัดหาครูที่ตรงสาขาวิชา เพื่อมาสอนและถ่ายทอดความรู้ได้อย่างเข้มข้นและมีคุณภาพ
- ด้านการสอบ ได้แก่ ขอให้เพิ่มเวลาการสอบอย่างเพียงพอและสมดุลกับจำนวนข้อสอบ, จัดระบบการสอบรองรับผู้เรียนที่ไม่สามารถมาสอบตามเวลา เพราะติดงานหรือดูครอบครัว เป็นต้น พร้อมแก้ไขปัญหาการจัดเวลาสอบซ้ำซ้อนกันในหลายวิชา
- ด้านสถานที่และสาธารณูปโภค ได้แก่ ห้องน้ำแยกชายหญิง และมีอาคารสถานที่สำหรับการพบกลุ่มของ กศน.เอง
- ความต้องการพิเศษของนักศึกษาที่มีความบกพร่อง ได้แก่ ครูช่วยอ่านข้อสอบ สำหรับนักศึกษาพิการทางสายตา, การอำนวยการความสะดวกในการสอบ หรือจัดห้องสอบเฉพาะผู้พิการ
การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
- จัดหาหนังสือ นิตยสาร สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย หลากหลายทั้งในแบบ.ออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งอินเทอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนสื่อสมัยใหม่ อาทิ e-Sport พร้อมครูผู้ดูแล
- เพิ่มจำนวนครูและบรรณารักษ์ ที่มีความพร้อมและเพียงพอต่อการให้บริการ
- จัดสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรัยนรู้ มีความทันสมัยและเพียงพอ อาทิ สถานที่ โต๊ะ ปลั๊กไฟ ห้องน้ำ เป็นต้น
- จัดระบบซ่อมบำรุง และดูแลอุปกรณ์ สถานที่ให้พร้อมบริการอยู่เสมอ และขอให้พิจารณาขยายเวลาการให้บริการแก่ผู้อ่านมากขึ้น หรือหากเป็นไปได้ ควรเปิดบริการ24 ชั่วโมง
"ขอแสดงความชื่นชมผู้เรียน กศน.ทุกคน ที่มีความกล้าหาญนำเสนอสิ่งที่ต้องการและความคาดหวังได้อย่างตรงจุด ตรงประเด็น และเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ซึ่งต้องยอมรับว่า หลายประเด็นสอดคล้องกับการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของครูโอ๊ะทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย และได้ดำเนินการมีความก้าวหน้าไปมาก อาทิ การสรรหาครูที่จบในวุฒิการศึกษาต่าง ๆ และนำความรู้มาสอนได้ตรงกับที่เรียนมา ที่จะทำให้ผู้เรียน กศน.เข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างมีคุณภาพ พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายการศึกษาเอกชน (Good partnership) เพื่อนำสื่อ กระบวนการเรียนการสอนวิชาพื้นฐาน ตลอดจนภาษาต่างประเทศ ของศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลของ สช. มาใช้เป็นสื่อช่วยสอนให้กับ กศน.ด้วย
และล่าสุดในการพื้นที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี วานนี้ จึงเตรียมที่จะจัดสรรอัตราผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการเกษตรธรรมชาติ และการจัดหลักสูตรฝึกอาชีพระยะยาวและหลักสูตรอาชีพขั้นสูง ที่มีการสร้างอาชีพใหม่ Upskill และ reskill ให้ประชาชนมีอาชีพ เพิ่มรายได้นำสู่การพัฒนาท้องถิ่น พร้อมผลักดันความพร้อมในการจัดหลักสูตรนี้อย่างรอบด้าน ทั้งอาคารสถานที่ หอพัก อาหาร และรายได้ชดเชยรายได้ หรือสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียน อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า ไม่ว่านักศึกษาจะอยากเรียนอะไร อาชีพอะไร ต้องการให้ส่งเสริมอะไร โปรดบอก กศน. เราพร้อมจะจัดให้ในทุกพื้นที่ทั่วไทย" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

