27 สิงหาคม 2563 เวลา 23:28
ส.ส.สฤษดิ์ บุตรเนียร อภิปรายถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต 3 อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา และพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล ถึงปีละ 3 ล้านล้านบาท โดยจับคู่ท่องเที่ยวเข้ามาจากต่างประเทศประมาณปีละ 40 ล้านคน หรือสร้างรายได้ถึง 2 ล้านล้าน และเป็นการท่องเที่ยวภายในประมาณ 1 ล้านล้านบาท

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่อยากจะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดีตั้งอยู่ในภูมิประเทศของโลก ที่ทั้งอากาศ ทั้งธรรมชาติสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเล และวัฒนธรรมอันดีงาม บวกทั้งมีอาหารที่เป็นจุดดึงดูดของชาวโลกมีราคาถูก แต่เมื่อต้นปี 2563 ได้เกิดโรคระบาดไวรัส COVID-19 ต่อให้เกิดผลกระทบอย่างมหาศาลไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย การท่องเที่ยวของประเทศไทยที่เป็นผลกระทบ ดังนั้นขาดรายได้ไป แน่นอนครับภายหลังจากโควิด-19 เราคงต้องเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวหรือ New Normal ที่คงจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก หรือไม่แน่ใจว่าโควิด-19 จะจบลงเมื่อใด ซึ่งคาดการณ์กันว่า เมื่อชาวต่างชาติไม่สามารถจะเข้ามาได้ในช่วงนี้เราถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่ต้องส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายใน และ ในอนาคตเมื่อโควิด-19 หายไป เราจะได้แนะนำจุดเด่นของเรา มาเพื่อเป็นจุดขายให้กับชาวต่างชาติเข้ามากระตุ้น

ดังนั้น ในช่วงนี้เราคงจะต้องมากระตุ้นการท่องเที่ยวภายในเพื่อให้มีการทำธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนชาวไทย เพื่อความอยู่รอดก่อนว่า เรามีจุดเด่น จุดด้อยอะไรบ้าง ขณะที่ในวันที่ 30 สิงหาคม 2553 ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งท่านจะได้ไปลงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อจะหาแนวทางในการพัฒนา และการท่องเที่ยว จุดแรกที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในคือ จะสร้างสรรค์คุณค่าการท่องเที่ยวที่เรามีอยู่แล้ว การสร้างสรรค์อย่างมีคุณค่าก็คือเรามีจุดเด่นอะไรในจังหวัด ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าในจังหวัดปราจีนบุรีนั้นเป็นสถานที่มีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะมีโรงพยาบาลอภัยภูเบศร มีแหล่งเรียนรู้ คือ บ้านภูเบศรในอำเภอเมืองจังหวัดปราจีนบุรี ถือว่าเป็นจุดแข็งที่จะดึงดูดทั้งประชาชนที่จะเข้ามาเที่ยว อีกทั้งในอนาคตที่เมื่อเปิดการท่องเที่ยวชาวโลกทุก ๆ ประเทศ ก็เห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
อันที่ 2 การท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะสอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดปราจีนบุรี ถือว่าเป็น 1 ใน 4 ของประเทศไทย ที่เป็นเมืองสมุนไพรที่มีความโดดเด่น ทาง ผวจ.พิบูลย์ หัตถกิจโกศล ได้พยายามที่จะผลักดัน และการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์เป็นอาหารสุขภาพ และเป็นการรองรับและยอมรับของโรงพยาบาลอภัยภูเบศร
โดยมีหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาไม้แก้ว ตำบลวังท่าช้าง ตำบลดงบัง อีกทั้งเป็นการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ และสังคมในอนาคตเป็นแผนยุทธศาสตร์ของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวในเชิงสร้างสรรค์ที่จะส่งเสริมในสิ่งแรกนี้ หวังว่า การท่องเที่ยวของประเทศไทยคงจะมีการขับเคลื่อนต่อไป และยังมีการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอีกด้วย เช่น แก่งหินเพิง น้ำตก อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสมกับการที่จะสร้างคุณค่าให้จังหวัดปราจีนบุรี เหมาะแก่การท่องเที่ยวต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการท่องเที่ยวเชิงพัฒนา ที่จะสร้างความแตกต่างจากการท่องเที่ยวอื่น ๆ คือมีการท่องเที่ยวเพื่อชุมชน เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การสร้างความแตกต่าง โดยยกตัวอย่างของบ้านโฮมสเตย์ของบ้านดง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ วิถีชีวิต วัฒนธรรม อาชีพ มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ประจำจังหวัดด้วย
แต่ปัญหาอุปสรรค คือ การมีส่วนร่วม จึงอยากจะให้ทางภาครัฐ ช่วยส่งเสริม สนับสนุน การมีส่วนร่วมภาคราชการ ภาครัฐได้ส่งเสริมให้ความรู้ให้ความร่วมมือที่จะพัฒนาให้การอบรม และสร้างมาตรฐานในการท่องเที่ยว แต่ยังขาดการส่งเสริมงบประมาณที่จะสร้างมูลค่าของแหล่งท่องเที่ยวให้กับประชาชน หรือชาวต่างชาติได้เห็นความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสิ่งต่างๆ ดังนั้น จังหวัดควรจะมีแผนบูรณาการในทุกภาคส่วนของจังหวัด และของประเทศ มาร่วมในการพัฒนาผลักดันให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป