30 สิงหาคม 2563 เวลา 15:06
รมช.กนกวรรณ นำทีม "ส.ส.อำนาจ-ส.ส.สฤษดิ์-ผญบ.กู้เกียรติ" ชูโมลเดลฮิสทอรี่ออฟเทลลิ่ง โชว์ รมว.พิพัฒน์ ยันพร้อมยกระดับปราจีนบุรี เป็นเมืองรองการท่องเที่ยว-เมืองสมุนไพรต้นแบบของไทย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563 ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี เขต 1 และ ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ตลอดจนนายกู้เกียรติ แสงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมให้การต้อนรับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองรอง และเมืองสมุนไพรต้นแบบของไทย ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีนายพิบูล หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์ ปลัดจังหวัดปราจีนบุรี แพทย์หญิงโศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วน ให้การต้อนรับ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีต้อนรับสู่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองรอง และเมืองสมุนไพรต้นแบบของประเทศไทย เหมาะสำหรับให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มาเที่ยว เยี่ยมชมและเรียนรู้วัฒนธรรม อาหาร สมุนไพรเพื่อสุขภาพได้

อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ธรรมชาติและเป็นมรดกโลก เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมมายาวนาน ดังชนเมืองทวาราวดี ศรีมโหสถ มีการท่องเที่ยววิถีชุมชน
รวมถึงโรงพยาบาลจ้าพระยาอภัยภูเศร ตันแบบของการพัฒนาสมุนไพร และการนำองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยที่ เน้นการป้องกัน นำกลับมาให้เป็นที่พึ่งของสังคมได้ จังหวัดปราจีนบุรี จึงนับเป็นแหล่งเรียนรู้ และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรม ประวัติศสตร์ ธรรมชาติ และ สุขภาพ

.
ในโอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้นำชมนิทรรศการ "ภูมิภูเบศร เซ็ต อิน กินเรียนรู้ วิถีใหม่" ตลอดจนเรือนหมอพลอย เรือนหมื่นชำนาญการแพทยา หมอหลวงสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นแบบของเรือนเป็นยา สร้างพลังบวกจากศีล จริยธรรม คุณธรรมของเจ้าของบ้าน การอยู่อาศัยที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ดูแลธาตุดินน้ำลมไฟ ตลอดจนสร้างศรัทธาและความเข้าใจในการแพทย์แผนไทยทั้งระบบ ถือเป็นสถานที่สำคัญเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสมุนไพรไทย

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลการดำเนินงานลูกเสือมัคคุเทศก์ กศน.อำเภอเมืองปราจีนบุรี เพื่อส่งเสริมศักยภาพเด็กและเยาวชนผู้เป็นลูกเสือ ประชาชนผู้เรียน กศน. รักท้องถิ่น เรียนรู้ทักษะการสื่อสาร ถ่ายทอดเรื่องราวบ้านเกิด สถานที่ท่องเที่ยว ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ สร้างระเบียบวินัยและจิตบริการที่ดี ด้วย

"มีความตั้งใจที่จะการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดปราจีนบุรีอย่างเต็มที่ ซึ่งการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจหลักของการนำรายได้สู่ประเทศ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้การพัฒนาและการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวชลอตัวไปบ้าง แต่เชื่อมั่นว่า รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมกับความร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวไทยทุกคน จะสามารถปกป้องรักษาชีวิตคนไทยอย่างดีที่สุด เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความปลอดภัยและฟื้นฟูให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนโดยเร็ว ที่สำคัญคือ จังหวัดปราจีนบุรี มีโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ เสมือนตักสิลาทางการแพทย์แผนไทย และการใช้สมุนไพรที่โดดเด่น และยังมีสมุนไพรใบยา ตลอดจนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยอีกมากมาย ที่จะต้องรวบรวมเป็นองค์ความรู้ ฟื้นฟูการใช้สมุนไพรไทย ตลอดจนจดลิขสิทธิ์เป็นของคนไทย รวมทั้งกัญชา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด ซึ่งมีอยู่ในประเทศเราตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยจะผลักดันตามนโยบายรัฐบาล ด้านการส่งเสริมการปลูกกัญชา กัญชง เพื่อใช้เป็นยาทางการแพทย์เพื่อคนไทย และให้เป็นของคนไทยได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ขอให้คนไทยมีความรักความสามัคคีต่อกัน และภาคภูมิใจที่เกิดบนแผ่นดินไทย ซึ่งบรรพบุรุษและบูรพมหากษัตริย์ ได้ตั้งรกราก สร้างบ้านสร้างประเทศให้เป็นแผ่นดินทอง พร้อมปกป้องความเป็นชาติไทยมาจวบจนปัจจุบัน เราในฐานะลูกหลานคนไทย มีหน้าที่รักษา ต่อยอด ทำมาหากิน สร้างความพร้อมและสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดี มีความสุขรอบด้าน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่แม้จะอยู่ในระยะการเตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยว แต่เราก็ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการรองรับและให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เมื่อถึงเวลาเปิดประเทศ อย่างมั่นคง และก้าวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่อย่างยั่งยืน" รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว
