รมช.กนกวรรณ กล่าวว่า โลกยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สมาร์ทโฟนมีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิต และสามารถช่วยอำนวยความสะดวกเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงร่วมมือกับหน่วยงานเอกชน ผผลักดันให้เกิดแอปพลิเคชัน “สช. On Mobile” ขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สช. กับบริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด
แอปพลิเคชัน ดังกล่าว ได้พัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางในการอำนวยความสะดวกด้านการติดต่อสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลด้านความรู้ และสวัสดิการจาก สช. ไปยังผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาสังกัด สช. อีกทั้งยังช่วยจัดเก็บฐานข้อมูลที่ได้จากครู และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสถาบันการศึกษาเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ และกำหนดนโยบายในการบริหารต่อไป
ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วีบิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด กล่าวว่า แแอปพลิเคชัน “สช.On Mobile” เป็นเครื่องมือที่เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จาก สช. ไปยังสมาชิกโรงเรียนเอกชน และครูในสังกัด ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยมีความสามารถหลักในการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องเชื่อถือได้ อีกทั้งสามารถตรวจสอบสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์พิเศษได้ทันที รวมทั้งเข้าถึงแหล่งความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก ตลอดจนแสดงปฏิทินกิจกรรม ตารางอบรมของ สช.
ในอนาคตสามารถเชื่อมต่อระบบกองทุนสงเคราะห์เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ต่าง ๆ รวมไปถึง feature อื่น ๆ ที่สำคัญอีกมากมาย อาทิ กดดูรู้ที่เรียน เบอร์ติดต่อสำคัญ และการแจ้งเตือนสมาชิก เป็นต้น ทำให้สามารถลดขั้นตอน และเวลาในการเดินทางมาติดต่อที่ สช. ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชันนี้ได้อีกด้วย ผู้สนใจดาวน์โหลดได้ฟรีในระบบ Android ส่วน iOS คาดว่าในเดือนตุลาคมนี้
โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น และความคาดหวังของนักเรียนต่อการจัดการศึกษาเอกชน โดยได้มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ร่วมกับ ปส.กช.จังหวัด จัดกิจกรรมดังกล่าว 20 รุ่นในทุกภูมิภาค เพื่อเป็นการเปิดเวทีให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาสู่การพัฒนาและสร้างค่านิยมเชิงบวก อีกทั้งให้ความรู้เรื่องการสร้างทักษะสำคัญสำหรับชีวิตวิถีใหม่ในยุค 4.0 ตลอดจนรับรู้สิทธิ หน้าที่ บทบาทของนักเรียนแกนนำในสถานศึกษาสู่การจัดการปัญหาที่ถูกต้อง ซึ่ง สช. จะรวบรวมข้อมูลในทุกเวที เพื่อเสนอ ศธ.ในการวางแนวทางส่งเสริมสนับสนุนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนต่อไป
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นผู้เรียนในสถานศึกษาเอกชนในกิจกรรมรับฟังความคิดเห็น “เสียงจากเยาวชนไทย ครูพี่โอ๊ะใช้หัวใจฟัง” ระหว่างการติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2563 เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดระยอง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี รวมทั้งใน 5 จังหวัดภาคตะวันออก ณ โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง อำเภอเมืองระยอง
ต้องขอชื่นชมนักเรียนเอกชนทุกคนมีความกล้านำเสนอสิ่งที่ต้องการและความคาดหวังได้อย่างตรงประเด็นและสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นการสะท้อนมุมมองและความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อ ศธ. อาทิ ต้องการให้การเรียนวิชาศิลปะ นาฏศิลป์ ดนตรี เป็นวิชาเลือกเสรี และไม่สร้างความกดดันให้กับนักเรียน พิจารณาปรับหลักสูตรการเรียนที่มีความทันสมัย ลดเวลาเรียนบางวิชาที่ไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เปรียบเทียบคุณภาพของนักเรียนจากเกรดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว เพราะนักเรียนแต่ละคนมีความถนัดที่แตกต่างกัน เป็นต้น ซึ่งจะได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการศึกษาต่อไป

