11 กันยายน 2563 เวลา 15:30
"อนุทิน" ย้ำเป้า คนไทยต้องได้วัคซีนโควิด-19 เป็นกลุ่มประเทศแรก เผยปัญหา "แอสตราเซนนิกา" ระงับการทดลอง ไม่กระทบแผนจัดหาวัคซีนของไทย
"อนุทิน" ย้ำเป้า คนไทยต้องได้วัคซีนโควิด-19 เป็นกลุ่มประเทศแรก เผยปัญหา "แอสตราเซนนิกา" ระงับการทดลอง ไม่กระทบแผนจัดหาวัคซีนของไทย

11 กันยายน 2563 ณ อาคารอิมแพ็ก เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ที่การประชุมติดตามความก้าวหน้าการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย และแผนการสนับสนุน ซึ่งมีทีมผู้ผลิตวัคซีน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ภายในงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ยังยืนยันเป้าหมายเดิมที่คนไทยต้องได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มประเทศแรกของโลก ซึ่งได้มอบหมายให้สถาบันวัคซีนไปดูแลภารกิจข้างต้นแล้ว โดย ครม.อนุมัติงบเบื้องต้นมาให้ 1 พันล้านบาท เพื่อดำเนินการ ที่ผ่านมา มีการหารือกับทีมผู้ผลิตทั้งในไทย และต่างประเทศ ทีมที่ได้รับความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพในการผลิต ประเทศไทยได้หารือมาหมดแล้ว บางทีม ได้ทำ MOU ร่วมกัน ทางไทย จำเป็นต้องกระจายโอกาสเข้าถึงวัคซีน จะไปยึดติดกับทีมใด ทีมหนึ่งไม่ได้
ในกรณีที่ทาง "แอสตราเซนนิกา" พบปัญหาระหว่างทดลอง และได้ระงับการทดลอง ทางไทยได้รับแจ้งแล้วว่า ทางนั้น จำเป็นต้องหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบต่อสุขภาพ ของผู้ได้รับวัคซีน ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
แน่นอนว่าเรื่องนี้ ไม่กระทบกับทางไทย เพราะเราร่วมมือในเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยี หลังจากที่พัฒนาวัคซีนเสร็จสมบูรณ์ มีความปลอดภัย 100% มีประสิทธิภาพ ก็ต้องส่งมอบเทคโนโลยีให้ไทย และต้องอนุญาตให้ไทยผลิตวัคซีนในประเทศได้

เมื่อถามถึงความคืบหน้า ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากเคสดีเจ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างทำไปตามหลักการ แต่ขอย้ำว่า ระบบควบคุมโรคของไทยยังมีประสิทธิภาพสูง ได้ไล่ตรวจผู้มีความเสี่ยงสูง กลาง ต่ำ อย่ารวดเร็ว การพบผู้ติดเชื้อในประเทศ เป็นเรื่องต้องให้ความสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกลับไปล็อกดาวน์ ปิดบ้าน ปิดเมือง จนกระทบประชาชน จำนวนมหาศาล ประเทศไทยมีประสบการณ์ และมีแนวทางจัดการที่เหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชน เป็นกลไกสำคัญในการควบคุมโรค ขอให้สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมือ เพื่อป้องกันการระบาด