ส.ส.กรวีร์ ปริศนานันทกุล อภิปรายเสนอแนะ การปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ 5% ด้านกรมชลประทาน

ส.ส.กรวีร์ ปริศนานันทกุล อภิปรายเสนอแนะ การปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ 5% ด้านกรมชลประทาน

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง เสนอปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอาไว้ 5%  ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องของประชาชน ทางกระทรวงเกษตรฯของบไปถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก และมีประเด็นที่ห่วงใย และอยากจะฝากไปถึงทางกระทรวงเกษตรฯ และเป็นเหตุผลที่คิดว่ามีความจำเป็นที่อยากที่จะเสนอในการปรับลดเงินงบประมาณ เพราะเห็นจากการบริหารจัดการเงินงบประมาณที่จะไปใช้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว คิดว่าเราสามารถที่จะทำได้ดีกว่านี้ อันดับแรก คือ ห่วงใยในกรมชลประทาน ซึ่งถือได้ว่า เป็นกรมที่ใหญ่มากที่สุดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปีงบประมาณ 2564 กรมชลประทานนั้นได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณไปทั้งสิ้นถึง 14,900 กว่าล้านบาท ถือได้ว่าเป็นเงินงบประมาณเกือบที่จะครึ่งหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และถือได้ว่าเป็นเม็ดเงินมหาศาลที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรทั่วทั้งประเทศไทยให้สามารถที่จะลืมตาอ้าปาก และช่วยในการพัฒนาทางการเกษตร และวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคตได้ แต่สิ่งที่ต้องเสนอในการปรับลด เพราะว่า ดูจากการวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติ ที่สถาบันพระปกเกล้าที่นำมาแจกให้กับสมาชิกเรื่องแรก คือ เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของประเทศ คือ สถานการณ์ภัยแล้ง และได้มีการบอกชัดเจนว่า ปัญหาภัยแล้งในปี 2563 นั้นเริ่มต้นเร็ว - รุนแรง และคาดการณ์ว่าผลกระทบจากภัยแล้งปีนี้ จะเป็น 1 ปีที่หนักมากที่สุดในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา เมื่อเจอกับปัญหาภัยแล้งแบบนี้ ก็ต้องตั้งคำถามว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ได้มีการวางแผนเพื่อที่จะรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่จะเจอในปี 2563 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 ได้อย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาในเรื่องภัยแล้งให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ นายกรวีร์  ยังกล่าว เพิ่มเติมอีกว่า จากการที่ได้ติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่แจ้งว่า ประเทศไทยกำลังจะเจอกับพายุโซนร้อนโนอึล ซึ่งคาดว่าอาจจะเจอน้ำท่วมฉับพลันภายในวันที่ 18-19-20  กันยายน นี้ และในขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าอีก 3 เดือนข้างหน้า คือ กลางเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนก็เริ่มจะน้อยลง และพฤศจิกายน กำลังจะเข้าสู่หน้าหนาว นั่นหมายความว่า ปริมาณน้ำในปีนี้เหลือเวลาที่จะเติมน้ำลงไปในเขื่อน หรือในระบบ เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 10 กว่าวันเท่านั้น จึงได้บอกว่า เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถาม ว่าเรามีการวางนโยบายในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร เพื่อไม่ให้ปีหน้าเราจะเจอปัญหาภัยแล้งแบบนี้