"ภราดร ปริศนานันทกุล" กรรมาธิการ ตอบคำถาม เรื่องงบประมาณของกระทรวงคมนาคม พ.ร.บ.งบประมาณ 2564

"ภราดร ปริศนานันทกุล" กรรมาธิการ ตอบคำถาม เรื่องงบประมาณของกระทรวงคมนาคม พ.ร.บ.งบประมาณ 2564

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ตอบข้อซักถาม จากทั้งกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และท่านสมาชิกที่ได้ขอแปรญัตติเอาไว้ และตอบคำถามท่านสมาชิกที่ได้ใช้สิทธิ์ เรื่องแรก) เรื่องของกรมท่าอากาศยาน ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านศิริกัญญา ได้สอบถามทางกรมท่าอากาศยานว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลง ทางกรมท่าอากาศยานจะมีการปรับปรุงโครงสร้าง เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ของโควิด-19 หรือไม่ ซึ่งทางกรมท่าอากาศยานได้ตอบมา ว่า ในสนามบินที่อยู่ในการดูแลของกรมท่าอากาศยานขณะนี้ น่าจะมีประมาณ 20 สนามบิน ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นสนามบินใหญ่ๆ เมื่อก่อนก็เคยอยู่ในการดูแลของกรมท่าอากาศยาน ยกตัวอย่างเช่นทางสนามบินเชียงราย สนามบินเชียงใหม่ สนามบินหาดใหญ่ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ได้มีการโอนไปให้ทาง ทอท. หรือการท่าอากาศยานฯ ได้ดูแลต่อไป ขณะนี้ทางกรมท่าอากาศยาน ก็ได้ตอบว่ามีสนามบินที่มีศักยภาพเพียงพอที่ไปสนามบินขนาดใหญ่ และมีมูลค่าในเชิงพาณิชย์ สามารถที่จะทำให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ได้ เช่น สนามบินขอนแก่น กระบี่ อุดร บุรีรัมย์ โดยทางกรมท่าอากาศยานกำลังพิจารณาเพื่อที่จะโอนไปให้กับทาง ทอท.ดูแลต่อไป เหมือนกับทั้ง 3 สนามบินเชียงราย เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ถามว่าทำไมถึงไม่โอนทั้งหมดให้กับ ทอท. หรือ ทำไมไม่แปรรูป ทางกรมท่าอากาศยานให้เป็นรัฐวิสาหกิจไปเลย ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน เรื่องการโอนท่าอากาศยานให้เป็นรัฐวิสาหกิจ วันนี้ต้องยอมรับว่า การจัดการของกรมท่าอากาศยาน การดูแลสนามบินเป็นบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตาม บริการสาธารณะเนี่ยการขาดทุนไม่ใช่เรื่องแปลก การขาดทุนของรัฐ นั่นคือ การสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้ของที่ถูกลง และมีการแปรรูป และก็เปลี่ยนให้เป็นรัฐวิสาหกิจ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางพวกนี้ จะทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินค่าเดินทางสูงขึ้น แน่นอนว่า ก็ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำมากยิ่งขึ้นไปอีก ประเด็นที่สอง) ต่อมาประเด็นมอเตอร์เวย์สายโคราช-บางปะอิน, สายบางใหญ่-กาญจนบุรี เป็นจำนวนเงิน 8 หมื่นกว่าล้าน ที่ถามว่า ทำไมถึงต้องไปซอยย่อยโครงการให้เป็นโครงการเล็ก ๆ ถึง 40 สัญญาด้วยกัน ประเด็นนี้คิดว่ามี 2 มุมมอง เมื่อท่านบอกว่ายิ่งไปซอยเป็น 40 สัญญาเพื่อจะเป็นการแบ่งเค้กหรือไม่ ก็สามารถมองได้อีกมุมหนึ่งว่า ถ้าหากว่ามีการทำเป็นสัญญาเดียว กับบริษัทเดียวเราก็อาจจะมองได้ว่า เป็นการผูกขาดหรือไม่ มันก็แล้วแต่มุมมอง ซึ่งเชื่อว่าทางกรมทางหลวง ตั้งใจที่จะดำเนินการถนนมอเตอร์เวย์ทั้งสองเส้นทางนี้ให้สำเร็จเร็วที่สุด เพราะฉะนั้น จึงมีการแบ่งซอยสัญญาออกเป็น 40 สัญญาด้วยกัน ส่วนเรื่องที่ถามว่า ใช้เงินของรัฐจำนวน 8 หมื่นกว่าล้านบาท และสุดท้ายทำไมต้องไปจ้างเอกชนมาบริหารจัดการ การบริหารจัดการของเอกชนไม่ใช่การบริหารจัดการอย่างที่ท่านเข้าใจ ทางกรมทางหลวงได้ชี้แจงว่า ได้จ้างบริษัทเอกชน เพื่อที่จะมาเป็น Outsource บริหารจัดการเพื่อที่จะไม่ให้เป็นภาระผูกพันต่องบประมาณของแผ่นดิน เงินงบประมาณที่เก็บเข้ามาได้จากค่าบริการ ค่าเดินทางต่าง ๆ ก็จะเอาเงินส่วนนี้เข้าสู่กรมทางฯ เพื่อให้กรมทางฯ นำไปบริหารจัดการ แล้วก็ดำเนินการซ่อมแซมถนนให้เป็นไปตามสัญญา ประเด็นที่สาม) ที่ว่า กรรมาธิการทำงานเหมือนกับว่าไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ทำงานเหมือนกับว่าไม่ค่อยละเอียดรอบคอบ ตนในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ต้องยืนยันกับเพื่อนสมาชิกว่า การจัดสรรงบ อย่างที่ท่านได้ช่วยตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปในลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา เหมือนกับว่าใครที่เป็นเจ้ากระทรวงนี้ ก็สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณลงไปในพื้นที่ของสมาชิกที่อยู่ในพรรคนั้น ๆ ได้มากกว่าพรรคอื่น ซึ่งผมเชื่อว่าสมาชิกของสภาได้ยืนยันกันหลายคน ทั้งกรมทางหลวง ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านธนกร ไชยกุล จากจังหวัดยโสธร ก็ได้ลุกขึ้นมาขอบคุณ นั่นแสดงว่า มีการจัดสรรเงินงบลงไปในจังหวัดอื่นเช่นเดียวกัน, จังหวัดกระบี่ ของท่านสาคร เกี่ยวข้อง ได้ขอบคุณทางหลวง และก็ได้ทั้งขอบคุณทางกรมท่าอากาศยาน ที่ได้ปรับปรุงสนามบินของจังหวัดกระบี่ ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และขยายสนามบินให้ใหญ่ขึ้น และยังมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านเช่นเดียวกัน ตนเองเชื่อว่า สมาชิกของเรามาจากทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และจะเห็นได้ว่าเงินงบประมาณได้กระจายไปทุกจังหวัด ไม่มีจังหวัดไหนที่เป็นไปในลักษณะที่ท่านกล่าวว่า มือใครยาวสาวได้ไปเอา ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการทุกท่านได้พิจารณากันอย่างถ้วนถี่แล้ว โดยได้เปิดเล่มงบประมาณดูในเล่มขาวคาดแดง และจะเห็นว่ามีการกระจายตัวไปในทุกจังหวัด ประเด็นที่สี่ ) ที่ถามเรื่องสถานภาพของรถไฟสายเด่นชัย-เชียงของ ว่าสถานภาพขณะนี้ได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ซึ่งก็ได้มีการถามทาง รฟท. แล้ว และได้รับคำตอบว่า ขณะนี้ได้ผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน ทาง รฟท.จึงได้จ้างทางที่ปรึกษา เพื่อสำรวจอสังหาริมทรัพย์รอไว้แล้ว คาดว่าจะมีการประกวดราคาได้ในเดือนมกราคม ปี 2564 ที่จะถึงนี้